*Note: เปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น ‘เปลี่ยนได้ดังใจคุณ’ นะคะ ใช้ ‘เปลี่ยน’ เฉยๆจะกลายเป็นโอบาม่าอ่ะ :b
สามชั่วโมงถัดมา พิชัยย้ายไปนั่งอยู่ในห้องอีกห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่ภายในตัวอาคารของบริษัท ห้องนี้เป็นห้องขนาดใหญ่ มีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยมากมายที่พิชัยไม่เคยเห็นมาก่อน เจ้าหน้าที่สี่คนใส่เสื้อคลุมสีขาวคล้ายแพทย์ ยืนล้อมรอบตัวพิชัย และง่วนอยู่กับการติดเครื่องมือกับสายระโยงระยางลงบนตัวพิชัย
‘บริษัทที่ดูไร้รสนิยมอย่างนี้ กลับมีเครื่องมือทันสมัยมากมาย แถมยังใหม่เอี่ยมหมด มันขัดแย้งกันยังไงชอบกลแฮะ’ พิชัยได้แต่คิดในใจถึงความไม่สอดคล้องกันระหว่างข้างนอกห้องที่มีแต่เฟอร์นิเจอร์เก่าเหม็นอับ กับเทคโนโลยีล้ำหน้าในห้องนี้
‘เครื่องมือทั้งหมดนี้ ถูกต้องตามมาตรฐานนะครับ’ วิรุตเห็นหน้าตาสงสัยของพิชัย จึงพูดขึ้น ‘เราลงทุนทั้งหมดไปกับเครื่องมือพวกนี้ ซึ่งมีราคาแพงมาก เลยไม่มีเงินพอที่จะตกแต่งในอาคารสักเท่าไหร่’
‘อ้อ ครับ’ พิชัยพยักหน้า ที่จริงเขาไม่ได้สนใจจะหาคำตอบสักเท่าไหร่ จะอย่างไรก็ช่าง ขอเพียงให้เขาได้เปลี่ยนร่างอย่างปลอดภัย และหนีพ้นจากความทุกข์นี้ให้เร็วที่สุดเป็นพอ
อีกด้านหนึ่งของห้อง มีเด็กชายนิมนอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงเล็กๆ ชายสี่คนในเสื้อคลุมสีขาวรุมติดเครื่องมือและสายระโยงระยางลงบนตัวของเด็กชายเช่นเดียวกันกับที่ทำให้พิชัย เด็กชายนิมกวัดแกว่งแขนขาไปมาบนอากาศ แต่หน้าตานิ่งเฉยไม่ร้องงอแง พ่อแม่ของเด็กชายยืนจับมือกันอยู่ข้างเตียง มีรอยยิ้มเจือบนใบหน้า
‘อีกไม่นาน ก็ทำการเปลี่ยนร่างได้แล้วครับ’ วิรุตเอ่ยขึ้นเมื่อเหล่าชายเสื้อขาวติดเครื่องมือใกล้จะเสร็จ
พิชัยถูกจับให้นอนลงบนเตียง ข้างๆกันกับเด็กชายนิม คนอื่นๆถอยออกมาจากบริเวณนั้น ยกเว้นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งกำลังจะทำหน้าที่กดปุ่มที่เครื่องเปลี่ยนร่าง
‘คุณพิชัยพร้อมนะครับ’ วิรุตถามอีกครั้งก่อนอนุมัติกระบวนการเป็นครั้งสุดท้าย
‘ครับ’ พิชัยรีบตอบทันที ในใจอยากให้กระบวนการนี้เสร็จไปเร็วๆ เขาจะได้เป็นคนใหม่เสียที
‘น้องนิมพร้อมนะครับ’ วิรุตหันไปถามทางพ่อแม่ของเด็ก
‘ค่ะ’ แม่ตอบ
วิรุตทำสัญญาณมือให้เจ้าหน้าที่กดปุ่มที่เครื่อง —–‘ตู้ดดดด’
พิชัยและเด็กชายนิมหมดสติไปทันที
อีกสองสามนาทีต่อมา พวกเขาก็ฟื้นขึ้น ร่างของพิชัยร้องไห้ลั่น เสียงแผดออกมาคล้ายเสียงทารก ส่วนร่างของเด็กชายนิมหน้าตาเรียบนิ่ง หันไปหันมา กระพริบตาปริบๆ
‘ยินดีด้วยครับคุณพิชัย และคุณพ่อคุณแม่ เราทำการเปลี่ยนร่างสำเร็จแล้วครับ’ วิรุตกล่าว
พ่อแม่เด็กชายนิมวิ่งรี่ไปที่ร่างกายใหม่ของลูก เพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าลูกทารกของตนเข้าไปอยู่ในร่างนั้นแล้วจริงๆ ส่วนพิชัยในร่างของทารกใช้ความพยายามเล็กน้อยในการทดลองเปล่งเสียงและในที่สุดก็พูดขึ้นว่า ‘เอ่อ ผมอยู่ในร่างนี้แล้วจริงๆครับ’ พลางโบกแขนขาไปมาในอากาศเท่าที่ความสามารถของเด็กทารกจะทำได้ ‘รู้สึกไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่นะครับ’
‘เป็นธรรมดาครับคุณพิชัย เดี๋ยวจะค่อยๆชินไปเอง’ วิรุตบอกพลางเดินมายืนข้างร่างใหม่ของพิชัย ‘เอาล่ะครับ ผมขอย้ำอีกทีว่า หากคุณพิชัยคิดจะเปลี่ยนร่างคืน ขอให้แจ้งกับผมไม่เกินสามเดือนหลังจากวันนี้เป็นต้นไปนะครับ ขอบคุณมากครับที่ใช้บริการกับบริษัทเปลี่ยนได้ดังใจคุณ’ วิรุตโค้งเล็กน้อยก่อนเดินออกจากห้องไป
‘เอ่อ เดี๋ยวสิครับคุณวิรุต’ พิชัยตะโกนไล่หลัง ‘อย่าเพิ่งไปสิครับ แล้วผมจะกลับยังไงล่ะเนี่ย!!?’
***
พิชัยรู้สึกอยากร้องไห้เป็นครั้งที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว ตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่ในร่างกายของเด็กชายนิม เขาไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ทั้งนี้ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงร้องได้ทั้งวัน รู้แต่เพียงว่าอยากจะร้องเท่านั้น
‘อ่ะ แง้ แง้ แง้ แง้ อ่ะ แง้ อ่ะ แง้’
พี่เลี้ยงเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย พี่เลี้ยงคนนี้เป็นคนที่พ่อแม่ของเด็กชายนิมจ้างมาดูแลพิชัย ในขณะที่พ่อแม่ต้องไปดูแลเด็กชายนิมในร่างผู้ใหญ่ เนื่องจากในช่วงสามเดือนแรก จิตของเด็กชายยังปรับเข้าหาร่างกายใหม่ไม่ได้ ซึ่งหมายความว่า จิตของเด็กชายยังเป็นทารกอยู่ แต่เป็นทารกในร่างกายของชายวัยสี่สิบปี เขาจึงยังต้องการการดูแลเป็นพิเศษอยู่ ส่วนพิชัยซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในร่างทารกก็ต้องการการดูแลพิเศษเช่นกัน
‘อ่ะ แง้ อ่ะ แง้ อ่ะ แง้’
‘คุณพิชัยคะ คุณร้องไห้ทำไมอีก’ ดูเหมือนพี่เลี้ยงจะเอือมระอากับพิชัยเต็มที เธอมองว่าพิชัยคือผู้ใหญ่คนหนึ่ง ไม่ใช่เด็ก จึงไม่สมเหตุสมผลที่เขาจะร้องงอแง แต่พิชัยไม่สนใจหรอกว่าเธอจะรู้สึกอย่างไรกับเขา พิชัยต้องการให้เธออุ้มเขามากๆอุ้มบ่อยๆ อันที่จริง ถ้าอุ้มไว้ได้ตลอดเวลาก็จะดีไม่น้อย
‘คุณช่วยอุ้มผมอีกทีได้ไหมครับ’ พิชัยอ้าแขนกว้างเปิดรับการถูกอุ้ม
‘คุณพิชัยคะ ดิฉันคงต้องขอเรียนตรงๆสองข้อ ข้อแรก คุณยังไม่ใช่น้องนิมนะคะ ถ้าคุณต้องการอะไรก็พูดกันดีๆไม่ต้องร้องไห้ก็ได้ และข้อสองคือ ดิฉันไม่สามารถอุ้มคุณไว้ได้ตลอดเวลาหรอกนะคะ’
‘แต่ผม…ผมอยากให้คุณอุ้มผมไว้ตลอดเลย นะครับ นะ’ พิชัยสะอึกสะอื้น อ้อนวอนขอร้อง
พี่เลี้ยงถอนใจยาว ‘ดิฉันคงต้องขออภัยคุณพิชัยจริงๆ เนื่องจากในสัญญาไม่ได้ระบุไว้ว่าดิฉันจะต้องอุ้มคุณไว้ตลอดเวลา ระบุไว้แต่เพียง ‘ให้อุ้มตามสมควร’ เท่านั้น ซึ่งดิฉันเห็นว่าเวลานี้ยังไม่สมควรนะคะ ดิฉันจะอุ้มคุณก็ต่อเมื่อเวลาผ่านไปหลังจากการอุ้มครั้งก่อนสามชั่วโมงเท่านั้นนะคะ’ พี่เลี้ยงปฏิเสธโดยเอาข้อสัญญามาอ้าง
พิชัยเถียงไม่ได้ เขาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้แต่ร้องไห้ต่อไป ‘อ่ะ แง้ แง้ แง้ อ่ะ แง้ อ่ะ แง้’
พี่เลี้ยงส่ายหัว เดินออกจากห้องไป
การเป็นเด็กทารกช่างทรมานจริงๆ เด็กต้องการความรักความอบอุ่น ต้องการถูกอุ้มถูกสัมผัสมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า และแม้จะได้รับตอบสนองบ้าง แต่ก็ไม่เคยรู้สึกว่าพอเลย ที่สำคัญคือเด็กช่วยตัวเองไม่ได้ พิชัยอยากลุก อยากนั่งบ้าง แต่ก็ทำไม่ได้ นอกจากนี้เขายังควบคุมตัวเองไม่ได้เลย แม้แต่การร้องไห้ หรือการขับถ่ายก็ยังควบคุมไม่ได้ เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน พิชัยเริ่มรู้สึกทนไม่ไหวกับการเป็นทารก ที่เคยคิดว่าเป็นนายพิชัยพนักงานกินเงินเดือนแล้วมีทุกข์หนักหนาสาหัส ก็ยังทุกข์ไม่เท่าการเป็นเด็กทารกที่ได้แต่นอนร้องไห้แบบนี้
‘คุณพี่เลี้ยงครับ’ พิชัยพูดไปสะอื้นไป เมื่อพี่เลี้ยงเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ‘ผมขอความกรุณาคุณช่วยโทรเรียกคุณวิรุตให้ผมทีสิครับ ผมต้องการเปลี่ยนร่างอีกครั้ง’
***
(มีต่อ)