**เรื่องสั้นจ้า แต่มันยาว เลยเอามาลงก่อนหนึ่งตอน
พิชัยกำลังรู้สึกหมดหวัง เขาปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่เช็ด ทำไมชีวิตถึงได้ทุกข์มากขนาดนี้ เขาไม่ต้องการชีวิตแบบนี้อีกต่อไปแล้ว เขาล้มตัวลงที่โซฟา ปล่อยกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายให้หยุดพักพร้อมๆกับที่เขาปล่อยน้ำตาให้ไหลอย่างไม่ต้องมีขอบเขต ในวัยสี่สิบ พนักงานบริษัทกินเงินเดือนอย่างพิชัยหาความสุขให้กับตัวเองไม่ได้ เขาเบื่อที่จะต้องไปทำงานที่ซ้ำซากจำเจ เบื่อการอยู่ในสังคมที่ปราศจากความจริง เบื่อการแสวงหาไม่สิ้นสุด ทุกวันเขาเฝ้านึกถึงอดีต ช่วงเวลาวัยเด็กที่เขาจำได้ว่ามีความสุขมากที่สุด หรือไม่เขาก็เฝ้าฝันถึงอนาคตที่เขาคาดหวังว่าความทุกข์ต่างๆในเวลานี้มันจะจบสิ้นไปแล้ว
คนในวัยขนาดพิชัยมักโหยหาอดีตและอนาคต ในขณะที่เด็กไม่มีอดีต และคนแก่ไม่มีอนาคต แต่พิชัยมีทั้งสองอย่างและเป็นสองอย่างที่ดีกว่าสิ่งที่เขามีอยู่เป็นอยู่ เขาอยากหนีไปจากจุดนี้ จุดที่เขาไม่รู้จะเรียกว่าอะไร เขารู้แต่เพียงว่าเขาต้องหนี
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น พิชัยรีบเช็ดน้ำตา ยกตัวขึ้นจากโซฟา กระแอมหนึ่งครั้งเพื่อปรับเสียงให้เป็นปกติ เขาเห็นเบอร์โทรจากบริษัทจัดหาแห่งหนึ่งขึ้นบนจอโทรศัพท์
‘สวัสดีครับ’ เสียงพิชัยเป็นปกติตามเดิมเหมือนคนไม่ได้ร้องไห้ ในวัยสี่สิบ เขาผ่านการฝึกฝนปรับเปลี่ยนบุคลิกไปมาจนช่ำชอง
‘ผมวิรุต โทรจากบริษัทเปลี่ยนได้ดังใจคุณนะครับ ทราบว่าคุณมาติดต่อเอาไว้’
‘อ๋อ ใช่ครับ ผมติดต่อไป’
‘ตอนนี้ทางเราสามารถจัดหาร่างไว้ให้คุณได้แล้วนะครับ รบกวนคุณพิชัยมาพบผมที่บริษัทบ่ายนี้จะได้หรือไม่ครับ’
‘ได้ครับ ได้’
บริษัทเปลี่ยนได้ดังใจคุณเป็นบริษัทหนึ่งในหลายๆบริษัทที่พิชัยไปติดต่อไว้ เขาต้องการจะเปลี่ยนร่างกับเด็กทารกสักคน แต่ว่าหายากเหลือเกิน เพราะการจะได้ร่างทารก ต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่เด็กเสียก่อน ผิดจากร่างของวัยอื่นที่สามารถยินยอมได้ด้วยตัวเอง และพ่อแม่ที่จะยอมเปลี่ยนชีวิตลูกทารกของตัวเองกับคนอื่น โดยเฉพาะเปลี่ยนกับคนในวัยสี่สิบนั้น แทบไม่มีเลย บริษัทต่างๆให้ความหวังกับเขาว่า บางครั้งจะมีเด็กที่พ่อแม่ยากจนหรือร้อนเงินมาเสนอขายเอาไว้ แต่อาจจะต้องรอนานหน่อย พิชัยไม่นึกเลยว่าจะได้เร็วขนาดนี้
ตอนแรกพิชัยอยากเปลี่ยนร่างกับวัยรุ่นสักคน เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่สนุกและมีอนาคตเหลืออีกมาก แต่บริษัทจัดหาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยมีวัยรุ่นคนไหนยอมเปลี่ยนร่าง เนื่องจากวัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่สนใจอดีตและไม่แคร์อนาคต หรือถึงแม้จะแคร์อนาคต ก็ไม่มีใครอยากได้อนาคตของคนอื่น พวกเขายังมีพลังและความเชื่อมั่นที่จะทำอนาคตเอง พูดง่ายๆคือ พวกเขาไม่สนใจอยากเป็นคนอื่น พิชัยจึงต้องรอร่างของทารกอย่างเดียว
บ่ายนั้น พิชัยเข้ามานั่งรอในบริษัทเปลี่ยนได้ดังใจคุณก่อนเวลาเล็กน้อย เขาเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อสามเดือนก่อน แต่ตอนนั้นอารมณ์ของเขาขุ่นมัวมากจนทำให้เขาลืมสังเกตุบรรยากาศโดยรอบไป วันนี้เขาอารมณ์ดีเพราะเขามีความหวังที่จะได้มีชีวิตใหม่ เขาจึงเริ่มต้นสังเกต เริ่มจากกลิ่นของบริษัทเป็นกลิ่นคล้ายอับชื้น เหมือนมีพรมเปียกวางอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้อง แอร์ที่เปิดก็เย็นเกินไป เขารู้สึกว่ามันเย็นแบบแปลกๆ สีของผนังและโต๊ะเก้าอี้ก็ดูเก่าทึมและขาดรสนิยมอย่างเห็นได้ชัด
‘สวัสดีครับคุณพิชัย ขอโทษที่ทำให้ต้องรอ’ เสียงของวิรุตทำให้พิชัยสะดุ้งเล็กน้อย
‘สวัสดีครับ’ แต่แล้วพิชัยก็ปรับตัวได้เร็วอีกเช่นเคย
‘ผมต้องอธิบายกระบวนการขั้นตอนและข้อตกลงกับคุณพิชัยนานหน่อยนะครับ ทราบว่าคุณพิชัยยังไม่เคยทำการเปลี่ยนร่างกับใครมาก่อน’
‘ครับ ผมก็อยากทราบรายละเอียดเหมือนกัน โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัยของตัวผมและเรื่องสิทธิมนุษยชนน่ะครับ ผมไม่อยากมีปัญหายุ่งยากทางกฏหมาย’
‘อ๋อ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลยครับ เราทำทุกอย่างถูกต้องตามกฏหมายทุกประการ เราไม่ใช่บริษัทลักลอบเปลี่ยนร่างนะครับ แล้วก็กรณีของคุณพิชัยนี้ ผู้ปกครองของเด็กทารก เอ่อ แกชื่อว่าน้องนิมนะครับ ผู้ปกครองของน้องนิมยินยอมให้เปลี่ยนแน่นอนแล้วครับ แกยินดีด้วยซ้ำที่น้องนิมจะได้เป็นพนักงานบริษัทชั้นนำอย่างคุณพิชัย ไม่ใช่ง่ายนะครับโอกาสอย่างนี้’
นายพิชัยยิ้มตอบ แต่ในใจของเขารู้สึกผิดกับเด็กชายนิมจนท้องไส้ปั่นป่วน
‘เรื่องกระบวนการเปลี่ยนร่าง ผมจะอธิบายให้คุณพิชัยฟังโดยย่อนะครับ เพราะข้อนี้คิดว่าคุณพิชัยคงพอจะทราบมาบ้างแล้ว คือ เราจะทำการเปลี่ยนจิตของคุณพิชัยกับจิตของเด็กชายนิม ตอนแรกที่จิตของคุณทั้งสองย้ายไปอยู่ในอีกร่างหนึ่ง จิตจะยังเหมือนจิตเดิม แต่หลังจากนั้นจิตของพวกคุณจะค่อยๆปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับร่างกายใหม่ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดคุณพิชัยจะกลายเป็นเด็กชายนิมโดยสมบูรณ์และจะลืมเรื่องเก่าทั้งหมด ส่วนน้องนิมก็จะกลายเป็นคุณพิชัยโดยสมบูรณ์เช่นกัน ทั้งหมดนี้ใช้เวลาหกเดือน’
‘ครับ แล้วตอนผมเป็นทารก ผมจะอยู่ในความดูแลของพ่อแม่น้องนิม ถูกต้องหรือไม่ครับ’
‘ถูกต้องแล้วครับ คุณพิชัยจะกลายเป็นลูกของพวกเขา จนกว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่นะครับ ส่วนค่าเลี้ยงดูไม่ต้องห่วงเพราะเงินที่คุณพิชัยจ่ายให้เขาก็มากโขอยู่ และทางเราจะคอยสอดส่องให้พวกเขาทำตามสัญญา รับรองไม่ถูกทิ้งขว้างครับ เอ่อ ตอนนี้ผมต้องขออธิบายข้อเสนอจากทางเราหน่อยนะครับ ข้อแรกคือ คุณพิชัยจะขอเปลี่ยนกลับคืนร่างเดิมได้ภายในสามเดือนเท่านั้นนะครับ หลังจากนั้นจิตของคุณจะเริ่มกลายเป็นน้องนิมแล้ว เราจะไม่รับเปลี่ยนคืน และข้อสองคือ ถ้าคุณเปลี่ยนคืน ทางเราและทางผู้ปกครองของน้องนิมจะไม่คืนเงินนะครับ ดังนั้นขอให้คุณพิชัยกรุณาพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจครับผม’
พิชัยรีบตอบตกลงทันที เขาไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่เพราะเขาทนความทุกข์ขณะนี้ไม่ไหวแล้ว ‘เป็นอะไรก็ยังดีกว่าเป็นนายพิชัยทั้งนั้น’ เขาคิด
***
(มีต่อ)
ปล หวังว่าจะเขียนเสร็จนะ ฮ่าๆ
ถึงจะอายุไม่ถึงสี่สิบเหมือนคุณ พิชัย แต่ตัวเราก็มักโหยหาอดีตและอนาคตเหมือนกันครับ
จะติดตามตอนต่อไปแน่นอนครับ ^___^
ความเห็น โดย oneditorial — ตุลาคม 25, 2009 @ 4:01 pm |
ขอบคุณมากเลยนะคะ ^_^
ความเห็น โดย yodmanudying — ตุลาคม 26, 2009 @ 7:20 am |
หนุกดีจ้า. รออ่านอยู่น้า
ความเห็น โดย ommi — ตุลาคม 26, 2009 @ 1:16 pm |
เปิดมาได้น่าสนใจจริงๆครับ
เป็นกับแกล้มของแฮมดิบและไวน์ของคืนนี้ที่อร่อยสมองจริงๆ
ความเห็น โดย บุญชิตฯ — ตุลาคม 26, 2009 @ 8:12 pm |
ขอบคุณค่า ดีใจจังที่ชอบ ^_^
ความเห็น โดย yodmanudying — ตุลาคม 27, 2009 @ 7:52 am |
อ่านสนุก ครับ ติดตามตอนต่อไป
ความเห็น โดย boy — พฤศจิกายน 13, 2009 @ 10:19 am |