YodManudYing’s Blog

ตุลาคม 25, 2009

เปลี่ยนได้ดังใจคุณ (1)

Filed under: short story — yodmanudying @ 11:25 am

 

**เรื่องสั้นจ้า แต่มันยาว เลยเอามาลงก่อนหนึ่งตอน

 

พิชัยกำลังรู้สึกหมดหวัง เขาปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่เช็ด ทำไมชีวิตถึงได้ทุกข์มากขนาดนี้ เขาไม่ต้องการชีวิตแบบนี้อีกต่อไปแล้ว เขาล้มตัวลงที่โซฟา ปล่อยกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายให้หยุดพักพร้อมๆกับที่เขาปล่อยน้ำตาให้ไหลอย่างไม่ต้องมีขอบเขต ในวัยสี่สิบ พนักงานบริษัทกินเงินเดือนอย่างพิชัยหาความสุขให้กับตัวเองไม่ได้ เขาเบื่อที่จะต้องไปทำงานที่ซ้ำซากจำเจ เบื่อการอยู่ในสังคมที่ปราศจากความจริง เบื่อการแสวงหาไม่สิ้นสุด ทุกวันเขาเฝ้านึกถึงอดีต ช่วงเวลาวัยเด็กที่เขาจำได้ว่ามีความสุขมากที่สุด หรือไม่เขาก็เฝ้าฝันถึงอนาคตที่เขาคาดหวังว่าความทุกข์ต่างๆในเวลานี้มันจะจบสิ้นไปแล้ว

 

คนในวัยขนาดพิชัยมักโหยหาอดีตและอนาคต ในขณะที่เด็กไม่มีอดีต และคนแก่ไม่มีอนาคต แต่พิชัยมีทั้งสองอย่างและเป็นสองอย่างที่ดีกว่าสิ่งที่เขามีอยู่เป็นอยู่ เขาอยากหนีไปจากจุดนี้ จุดที่เขาไม่รู้จะเรียกว่าอะไร เขารู้แต่เพียงว่าเขาต้องหนี

 

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น พิชัยรีบเช็ดน้ำตา ยกตัวขึ้นจากโซฟา กระแอมหนึ่งครั้งเพื่อปรับเสียงให้เป็นปกติ เขาเห็นเบอร์โทรจากบริษัทจัดหาแห่งหนึ่งขึ้นบนจอโทรศัพท์

‘สวัสดีครับ’ เสียงพิชัยเป็นปกติตามเดิมเหมือนคนไม่ได้ร้องไห้ ในวัยสี่สิบ เขาผ่านการฝึกฝนปรับเปลี่ยนบุคลิกไปมาจนช่ำชอง

‘ผมวิรุต โทรจากบริษัทเปลี่ยนได้ดังใจคุณนะครับ ทราบว่าคุณมาติดต่อเอาไว้’

‘อ๋อ ใช่ครับ ผมติดต่อไป’

‘ตอนนี้ทางเราสามารถจัดหาร่างไว้ให้คุณได้แล้วนะครับ รบกวนคุณพิชัยมาพบผมที่บริษัทบ่ายนี้จะได้หรือไม่ครับ’

‘ได้ครับ ได้’

 

บริษัทเปลี่ยนได้ดังใจคุณเป็นบริษัทหนึ่งในหลายๆบริษัทที่พิชัยไปติดต่อไว้ เขาต้องการจะเปลี่ยนร่างกับเด็กทารกสักคน แต่ว่าหายากเหลือเกิน เพราะการจะได้ร่างทารก ต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่เด็กเสียก่อน ผิดจากร่างของวัยอื่นที่สามารถยินยอมได้ด้วยตัวเอง และพ่อแม่ที่จะยอมเปลี่ยนชีวิตลูกทารกของตัวเองกับคนอื่น โดยเฉพาะเปลี่ยนกับคนในวัยสี่สิบนั้น แทบไม่มีเลย บริษัทต่างๆให้ความหวังกับเขาว่า บางครั้งจะมีเด็กที่พ่อแม่ยากจนหรือร้อนเงินมาเสนอขายเอาไว้ แต่อาจจะต้องรอนานหน่อย พิชัยไม่นึกเลยว่าจะได้เร็วขนาดนี้

 

ตอนแรกพิชัยอยากเปลี่ยนร่างกับวัยรุ่นสักคน เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่สนุกและมีอนาคตเหลืออีกมาก แต่บริษัทจัดหาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยมีวัยรุ่นคนไหนยอมเปลี่ยนร่าง เนื่องจากวัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่สนใจอดีตและไม่แคร์อนาคต หรือถึงแม้จะแคร์อนาคต ก็ไม่มีใครอยากได้อนาคตของคนอื่น พวกเขายังมีพลังและความเชื่อมั่นที่จะทำอนาคตเอง พูดง่ายๆคือ พวกเขาไม่สนใจอยากเป็นคนอื่น พิชัยจึงต้องรอร่างของทารกอย่างเดียว

 

บ่ายนั้น พิชัยเข้ามานั่งรอในบริษัทเปลี่ยนได้ดังใจคุณก่อนเวลาเล็กน้อย เขาเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อสามเดือนก่อน แต่ตอนนั้นอารมณ์ของเขาขุ่นมัวมากจนทำให้เขาลืมสังเกตุบรรยากาศโดยรอบไป วันนี้เขาอารมณ์ดีเพราะเขามีความหวังที่จะได้มีชีวิตใหม่ เขาจึงเริ่มต้นสังเกต เริ่มจากกลิ่นของบริษัทเป็นกลิ่นคล้ายอับชื้น เหมือนมีพรมเปียกวางอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้อง แอร์ที่เปิดก็เย็นเกินไป เขารู้สึกว่ามันเย็นแบบแปลกๆ สีของผนังและโต๊ะเก้าอี้ก็ดูเก่าทึมและขาดรสนิยมอย่างเห็นได้ชัด

 

‘สวัสดีครับคุณพิชัย ขอโทษที่ทำให้ต้องรอ’ เสียงของวิรุตทำให้พิชัยสะดุ้งเล็กน้อย

‘สวัสดีครับ’ แต่แล้วพิชัยก็ปรับตัวได้เร็วอีกเช่นเคย

‘ผมต้องอธิบายกระบวนการขั้นตอนและข้อตกลงกับคุณพิชัยนานหน่อยนะครับ ทราบว่าคุณพิชัยยังไม่เคยทำการเปลี่ยนร่างกับใครมาก่อน’

‘ครับ ผมก็อยากทราบรายละเอียดเหมือนกัน โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัยของตัวผมและเรื่องสิทธิมนุษยชนน่ะครับ ผมไม่อยากมีปัญหายุ่งยากทางกฏหมาย’

‘อ๋อ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลยครับ เราทำทุกอย่างถูกต้องตามกฏหมายทุกประการ เราไม่ใช่บริษัทลักลอบเปลี่ยนร่างนะครับ แล้วก็กรณีของคุณพิชัยนี้ ผู้ปกครองของเด็กทารก เอ่อ แกชื่อว่าน้องนิมนะครับ ผู้ปกครองของน้องนิมยินยอมให้เปลี่ยนแน่นอนแล้วครับ แกยินดีด้วยซ้ำที่น้องนิมจะได้เป็นพนักงานบริษัทชั้นนำอย่างคุณพิชัย ไม่ใช่ง่ายนะครับโอกาสอย่างนี้’

นายพิชัยยิ้มตอบ แต่ในใจของเขารู้สึกผิดกับเด็กชายนิมจนท้องไส้ปั่นป่วน

‘เรื่องกระบวนการเปลี่ยนร่าง ผมจะอธิบายให้คุณพิชัยฟังโดยย่อนะครับ เพราะข้อนี้คิดว่าคุณพิชัยคงพอจะทราบมาบ้างแล้ว คือ เราจะทำการเปลี่ยนจิตของคุณพิชัยกับจิตของเด็กชายนิม ตอนแรกที่จิตของคุณทั้งสองย้ายไปอยู่ในอีกร่างหนึ่ง จิตจะยังเหมือนจิตเดิม แต่หลังจากนั้นจิตของพวกคุณจะค่อยๆปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับร่างกายใหม่ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดคุณพิชัยจะกลายเป็นเด็กชายนิมโดยสมบูรณ์และจะลืมเรื่องเก่าทั้งหมด ส่วนน้องนิมก็จะกลายเป็นคุณพิชัยโดยสมบูรณ์เช่นกัน ทั้งหมดนี้ใช้เวลาหกเดือน’

‘ครับ แล้วตอนผมเป็นทารก ผมจะอยู่ในความดูแลของพ่อแม่น้องนิม ถูกต้องหรือไม่ครับ’

‘ถูกต้องแล้วครับ คุณพิชัยจะกลายเป็นลูกของพวกเขา จนกว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่นะครับ ส่วนค่าเลี้ยงดูไม่ต้องห่วงเพราะเงินที่คุณพิชัยจ่ายให้เขาก็มากโขอยู่ และทางเราจะคอยสอดส่องให้พวกเขาทำตามสัญญา รับรองไม่ถูกทิ้งขว้างครับ เอ่อ ตอนนี้ผมต้องขออธิบายข้อเสนอจากทางเราหน่อยนะครับ ข้อแรกคือ คุณพิชัยจะขอเปลี่ยนกลับคืนร่างเดิมได้ภายในสามเดือนเท่านั้นนะครับ หลังจากนั้นจิตของคุณจะเริ่มกลายเป็นน้องนิมแล้ว เราจะไม่รับเปลี่ยนคืน และข้อสองคือ ถ้าคุณเปลี่ยนคืน ทางเราและทางผู้ปกครองของน้องนิมจะไม่คืนเงินนะครับ ดังนั้นขอให้คุณพิชัยกรุณาพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจครับผม’    

พิชัยรีบตอบตกลงทันที เขาไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่เพราะเขาทนความทุกข์ขณะนี้ไม่ไหวแล้ว ‘เป็นอะไรก็ยังดีกว่าเป็นนายพิชัยทั้งนั้น’ เขาคิด

 

***

(มีต่อ)

 

ปล หวังว่าจะเขียนเสร็จนะ ฮ่าๆ

ตุลาคม 8, 2009

Nostalgia – หนังสือปกเขียว

Filed under: book — yodmanudying @ 2:20 am

 

green

 

วันก่อนไปร้าน waterstones ไปเดินดูหนังสือนิทาน มีความรู้สึกว่าอยากจะได้นิทานน่ารักๆสักเล่ม เอามาดูภาพเล่นๆและเอาไว้เป็นแบบวาดรูป แต่ดูไปดูมา จิตใจก็แว้บไปนึกถึงนิทานที่เราชอบมากสมัยเราเด็กๆ ชื่อว่า ‘หนังสือปกเขียว’ – จำได้ว่าตอนอายุประมาณห้าหกขวบ เราเปิดอ่านนิทานเล่มนี้ทุกวัน ในความทรงจำของเรา มันเป็นเรื่องของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ไปเจอหนังสือเวทมนต์เล่มใหญ่ๆปกสีเขียว บนห้องใต้หลังคา แล้วเขาก็เอาเวทมนต์มาลองทำดู ปรากฏว่า เขาสามารถแปลงร่างเป็นคนแก่ได้ ต่อมาเขาจึงใช้ร่างคนแก่ไปท้าเล่นการพนันกับพ่อแม่ และใช้เวทมนต์เอาชนะพ่อแม่ทุกเกม จนพ่อแม่หมดเนื้อหมดตัว ทำให้พ่อแม่ไม่กล้าเล่นการพนันอีกเลย (ที่เราจำได้ คือ ในเรื่องพ่อแม่ติดการพนันและเด็กผู้ชายอยากจะสั่งสอน ก็เลยแปลงร่างไปสอน)

 

green2 

green5

 

ที่เราชอบมากตอนนั้นเพราะรู้สึกว่า ห้องใต้หลังคามันดูลึกลับดี และยิ่งมีหนังสือเวทมนต์ก็ยิ่งลึกลับใหญ่ และอาจจะเป็นเพราะความรู้สึกนี้เองที่ทำให้เราอ่านมันซ้ำไปซ้ำมาได้ทุกวัน คล้ายๆกับอยากค้นหาอะไรที่อยู่เบื้องหลังความลึกลับพวกนั้น รู้สึกเหมือนกับเรื่องมันยังไม่จบ

 

 green3

 

green4

 

ตอนนี้พอนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เลยลองมาเสิร์ชในอินเตอร์เน็ตดู เห็นมีหนึ่งเล่มของไทย  (ในเวบที่ขายหนังสือเก่า) แต่ขายไปแล้ว ก็เลยลองเสิร์ชในอเมซอนดู แล้วก็มีขายจริงๆด้วย! (เล่มภาษาอังกฤษนะ) ไม่น่าเชื่อเลยเพราะมันเป็นหนังสือเก่ามากแล้ว พิมพ์ตั้งแต่ปี 1962 เราก็เลยสั่งซื้อมา และเพิ่งได้วันนี้ หนังสือเล่มนี้ ถ้าเป็นของเก่า จะมีขายในราคาถูกมากๆ ตั้งแต่ 0.01 ปอนด์ขึ้นไปถึงสามสี่ปอนด์ แต่ถ้าเล่มใหม่เนี่ย ราคาตั้งร้อยปอนด์เลยเชียว! ก็น่าสงสัยอยู่นะว่าเล่มใหม่ เขาเอามาจากไหน ในเมื่อมันไม่มีพิมพ์มานานแล้ว

 

เล่มที่เราเพิ่งได้มา พอดูข้างหลังแล้วอึ้งเพราะเห็นราคาขายในสมัยนั้นแค่ 45 p ซึ่งเป็นราคาหนังสือที่ถูกกว่าสมัยนี้ประมาณสิบเท่า!! ตอนได้มาเราดีใจมากๆ (ตอนนี้ก็ยังดีใจอยู่เลย) ที่ได้เห็นภาพเดิมที่เคยเห็นสมัยเด็กๆ เรายังจำได้เป็นบางภาพ (แต่ว่าความจำมันก็เลือนรางไปมากแล้ว) และพอมาอ่านอีกทีก็เห็นว่า เล่มนี้มันไม่ได้เหมือนเล่มที่เราเคยอ่านเป๊ะๆ เพราะเรื่องราวมันละเอียดกว่า ยาวกว่า และรายละเอียดบางอย่างก็ผิดไปจากในความจำเราพอประมาณ (เราคงจำคลาดเคลื่อนไปเองแหละเช่น คนที่เป็นพ่อแม่ จริงๆแล้วเป็นลุงกับป้า และเขามีหมาหนึ่งตัวด้วย แต่เราจำไม่ได้)

 

พอลองอ่านใน wiki ก็เลยรู้ว่า คนเขียน – Robert Graves – ปกติเขาไม่ได้เขียนหนังสือเด็ก แต่เขียนพวก poems หรือไม่ก็หนังสืออ่านยากๆของผู้ใหญ่ แต่มีเล่มนี้เป็นหนังสือเด็กเล่มเดียวของเขา (ถ้าอ่านมาไม่ผิดนะ) ก็เลยเข้าใจได้ว่าทำไมนิทานเล่มนี้ถึงมีเนื้อหาแปลกไปจากนิทานเด็กทั่วๆไป

 

เราเคยพูดถึงเรื่องนี้กับเพื่อนเหมือนกัน เพราะบางทีมันก็แว้บๆเข้ามาในหัวเรา ทำให้เราอยากอ่านมันอีกสักที และเพื่อนที่เคยอ่านเหมือนกันก็มี คุ่น และลูกโป่ง ซึ่งบอกว่าชอบมากเหมือนกัน ตอนคุยๆกัน เราก็งงนะ ว่ามีคนอ่านเหมือนกัน เพราะความทรงจำตอนเด็กๆ บางทีมันเหมือนกับเรารู้อยู่คนเดียว คล้ายๆกับความฝัน แต่พอมีคนอื่นมารู้เหมือนกัน ก็เลยแปลกใจว่า เฮ้ย นี่มันเรื่องจริงนี่หว่า ไม่ได้ฝันไป! ไม่แน่นะ อาจจะมีคนรุ่นเราอ่านเรื่องนี้อีกเยอะแยะก็ได้ ถ้าใครผ่านๆมา แล้วเคยอ่าน บอกด้วยนะ อยากรู้!

ตุลาคม 5, 2009

เหนื่อย!!!

Filed under: diary — yodmanudying @ 8:29 pm

 

เราเพิ่งซื้อเกม Wii มาเล่นไม่นานนี้ (เชยเนอะ)

เพราะว่าอยากออกกำลังให้สม่ำเสมอหน่อย จะได้แข็งแรงขึ้น (เราปวดท้องบ่อย)

ตอนแรกมีเพื่อนเล่นด้วย (ตอนยอดมา)

ก็เลยเล่นเอาสนุก ส่วนใหญ่จะเล่นโบว์ลิ่ง ยิงปืน ตกปลา (หนุกจัง!!)

แต่พอยอดไป ก็หันมาออกกำลังจริงจังหน่อย (หน่อยเดียว)

และพบว่าเกม Wii fit มันสนุกแต่ไม่ค่อยเหนื่อย (ไม่ได้หอบแห่กๆ)

ก็เลยไปซื้อเกม My Fitness Coach มา มีทั้งเต้น ทั้งแอโรบิก ทั้งโยคะ (และมีครูคอยพูดว่า come on! you can do it!)

ลองเต้นตามได้ไม่นาน พบว่าเหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกก (หอบแห่กๆของแท้)

เหนื่อยสะใจจริงๆ ขอบอก (คนที่ทำได้สี่สิบห้านาทีต้องไม่ใช่คนแน่ๆ!)

 

จะพยายามออกกำลังต่อไปให้สม่ำเสมอ เพราะตอนนี้ติดกินชอกโกแลตและกินชีสเยอะสุดๆ (ตายแน่ ตายแน่)

 

 

ปล แล้วทำไมเราต้องเขียนไปวงเล็บไปด้วยเนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ (เออ นั่นดิ)

ปล2 เลิกสมัครฟิตเนส เพราะสมัครไปทีไร จ่ายเงินฟรีทุกที (ไม่ยอมไปทั้งๆที่เดินแค่ห้านาทีก็ถึง! แย่จริงๆ แย่จริงๆ)

บลอกที่ WordPress.com .