
ตอนนี้เป็นเวลาตีสามแล้ว เราเพิ่งดูหนังเรื่อง A Moment in June จบไป ยังรู้สึกอินอยู่ก็เลยนั่งฟังเพลง ‘ความคิด’ ซ้ำๆและมาเขียนถึงหนังเรื่องนี้ลงบล็อกดีกว่า
A Moment in June เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนสองคู่ สองยุค ที่มาเกี่ยวข้องกันโดยบังเอิญและไม่บังเอิญ และมีอิทธิพลทางความคิดต่อกัน คู่แรกเป็นชายหญิงรุ่นพ่อแม่ (รักกันสมัย 2515) แต่ไม่ได้ลงเอยกันด้วยเหตุผลจำเป็นบางอย่าง ส่วนอีกคู่เป็นชายกับชายรุ่นลูก ที่กำลังตัดสินใจว่าจะคบกันต่อไปดีหรือไม่ ในหนังคล้ายจะสื่อว่าถ้ามีโอกาสในการตัดสินใจที่จะรักใคร อย่าปล่อยมันลอยผ่านไปโดยไม่ทำอะไร เพราะบางทีอาจจะมีโอกาสนั้นเพียงครั้งเดียว
หนังไม่ได้ล้ำลึกอะไรมากมาย แต่ก็ถือว่าเป็นหนังไทยที่แตกต่างเรื่องหนึ่ง เราชอบบรรยากาศของหนัง ชอบนักแสดงที่แสดงออกทางแววตาได้ดีทุกคน ชอบดูชาคริตแสดงเป็นเกย์ (แสดงเก่ง) ชอบดูเรื่องความรักต้องห้าม (คาดว่าทุกคนคงชอบกันไม่งั้นคงไม่มีเรื่องทำนองนี้ออกมาเยอะแยะอย่างงี้หรอก ใช่ไม๊) โดยรวมคือชอบ แต่บางทีบทพูดจะแปลกๆ คล้ายๆแปลจากภาษาอังกฤษ แต่ก็เป็นแค่จุดเล็กๆไม่รู้สึกขัดมากมายนัก
ปล ลืมสังเกตุแฮะ ว่าทำไมชื่อหนังเป็น June เดือนนี้พอดีเลย
ปล2 ตอนนี้อยู่เมืองไทย ร่าเริงๆ
ร่าเริงก็ดีแล้ว…เพราะเดี๋ยวถึงเวลากลับจะเป็นเหมือนหลาน ๆเวลาต้องกลับบ้าน…
ธารเปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้แทนแล้วนะ…Once in a Blue Moon…ชื่อดูเหงา ๆดี…
ความเห็น โดย Once in a Blue Moon — มิถุนายน 3, 2009 @ 7:21 am |
ไม่ได้ติดตามหนังอะไรเลยครับช่วงนี้ (หรืออาจจะมากกว่าช่วงนี้) ไม่เคยได้ยินชื่อเลย
อ่านที่พี่หญิงเขียนแล้วน่าไปหามาดูบ้างครับ
ความเห็น โดย มะนาว — มิถุนายน 3, 2009 @ 7:34 am |
คุณผกก. เค้าบอกว่า June ไม่มีอะไรเกี่ยวกับในเรื่องหรอกค่ะ
เค้าแค่ชอบเดือนนี้มาก ๆ เท่านั้นเอง ^^”
เป็นหนังไทยที่เรารู้สึกว่าละเมียดละไมดีจัง
ส่วนเพลงประกอบก็กระชากอารมณ์ได้ดีมากเลย
ความเห็น โดย mango — มิถุนายน 3, 2009 @ 9:23 pm |
อิจฉาคนร่าเริงที่ได้ดูหนังเรื่องนี้และกำลังอยู่ที่เมืองไทยจังเลย
อยากดูเหมือนกันครับ
ความเห็น โดย oneditorial — มิถุนายน 4, 2009 @ 2:10 pm |
ธาร: ชื่อเหงาไปรึเปล่า
มะนาว: ลองดูสิคะ ในยูทูปก็มีนะ มะนาวน่าจะชอบ
mango: ถึงว่าสิ นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าหนังบอกว่าเป็นเดือนมิถุนาตอนไหน ขอบคุณที่มาเล่าให้ฟังนะคะ
oneditorial: จะเที่ยวเผื่อนะคะ ^_^
ความเห็น โดย yodmanudying — มิถุนายน 4, 2009 @ 7:07 pm |
I think you might like the movie called “The Bridge of Medison County”. Or Thai movie called “Behind the Scene – Kang Lang Phab. haha.
ความเห็น โดย Elephant — มิถุนายน 8, 2009 @ 6:57 am |
^
^
the bridge of medison country ยังไม่เคยดูค่า ส่วนข้างหลังภาพ ชอบตอนอ่านหนังสืออ่ะค่ะ ประทับใจสุดๆ
^_^
ความเห็น โดย yodmanudying — มิถุนายน 8, 2009 @ 12:41 pm |
ช่วงนี้ที่นี่เงียบจังเลยครับ
knock! knock! knock!
ความเห็น โดย oneditorial — มิถุนายน 22, 2009 @ 11:20 pm |
เดี๋ยวนี้ไม่ได้ดูหนังไทยเลยอะค่ะ
ตอนเห็นโปรโมตหนังเรื่องนี้ ติดใจเพลงประกอบมากกว่า
และก็ชอบชื่อหนัง เพราะว่าเป็นคนเกิดเดือนนี้น่ะค่ะ
พรุ่งนี้วันเกิดใครน้อ ^^
ความเห็น โดย foneko — มิถุนายน 23, 2009 @ 2:58 am |
ขอบคุณครับหญิงที่แวะไปเยี่ยมเยียนในบล็อก
หนังเรื่องนี้ผมดูแล้ว ไม่ได้ชื่นชอบเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นหนังที่ไม่ดี
จริงๆ มันเป็นหนังดีนะครับ เสียแต่ว่ามันจงใจอ้อยอิ่งอย่างไรพิกล
ว่าแต่อ้อยอิ่งมันผิดตรงไหน อืม นั่นสิ
หวังว่าหญิงคงสบายดีนะครับ
ปล. ประสาคนขี้เสือก เห็นคอมเมนต์ของฝน ว่าพรุ่งนี้วันเกิดใครน้อ
ผมไม่รู้หรอกครับว่าวันเกิดใคร แต่เดาแล้วน่าจะเป็นของเจ้าของบล็อก
ถ้าใช่ สุขสันต์วันเกิดนะครับ ขอให้มีความสุขทุกๆ วัน
แฮ่ ไม่รู้อิโหน่อืเหน่อะไรกะเขาด้วยหรอกครับ แต่มาชิงตัดหน้าไปอย่างไร้ยางอาย
ฉวยโอกาสจริงๆ ผม
ความเห็น โดย chakkraphan — มิถุนายน 23, 2009 @ 11:01 am |
oneditorial: ใกล้จะมาอัพแล้วค่า แฮ่ๆ ขอบคุณที่แวะมา knock นะคะ
foneko: เย้ๆ เป็นคนเดือนจูนเหมือนกัน คนเดือนนี้นิสัยดีเนอะ :b
chakkraphan: ขอบคุณมากๆค่า ^_^ ขอให้ต๊ะมีความสุขทุกๆวันเช่นกัน
ความเห็น โดย yodmanudying — มิถุนายน 23, 2009 @ 11:43 am |
เพิ่งดูจบไปสดๆ
ชอบการกำกับศิลป์ ฉากที่สวยงาม
การถ่ายภาพที่ให้อารมณ์ได้ดี เรื่องนี้ถ่ายภาพสวยจริงๆ
บทยังอ่อนเกินไปหน่อย
แต่ชอบที่กล้าเล่นฉากแรงๆ ให้ชม ผิดขนบหนังไทย
หลายฉากเราถึงกับอ้าปากหวอทีเดียว
(เช่นบทรักของคนมีอายุ ซึ่งหนังหรือละครไทยคงไม่กล้าใส่ให้โจ๋งครึ่มขนาดนี้
ฉากบทรักของคนเพศเดียวกัน ฯลฯ)
ชอบการตัดไปตัดมา ระหว่าง ชีวิตกับละคร เอ้า ชีวิตมันคือละครจริงๆ
แต่เรื่องนี้ยังคุมโทนไม่ค่อยดี ตอนต้นน่าสนใจ มีสีสัน
แต่พอปมเรื่องเฉลยออกมามากๆ แล้วตลบกลับได้ไม่ดี
จนเราแอบคิดว่า ตอนจบ ไม่ต้องมีก็ได้ แค่ให้ตัวเอกตัดสินใจได้ ขึ้นแท๊กซี่ไป ไม่ต้องบอกว่าจะได้พบกันไหม แค่นี้ก็สมบูรณ์พอแล้ว
คิดว่า จบแบบนี้ ดรามาเกินไปหน่อย
แต่รวมๆ ถือว่าคุ้มที่ได้ดู ไม่ว่าจะพิจารณาในแง่ไหนนะ
ปล. แอบสงสารลุงสุเชาว์ ต้องพยายามดัดเสียงเป็นพี่น้อย !!!
ความเห็น โดย บุญชิตฯ — กรกฎาคม 8, 2009 @ 2:45 pm |
เห็นด้วยค่ะ ว่าตอนจบน่าเบื่อไปหน่อย (มุกเดิมเกินไป)
ตรง ปล ช่างสังเกตุจังเลยค่ะ ฮ่าๆ
ความเห็น โดย yodmanudying — กรกฎาคม 9, 2009 @ 4:06 am |