YodManudYing’s Blog

เมษายน 8, 2009

Happy-Go-Lucky หนังดีจริงๆนะ

Filed under: diary — yodmanudying @ 1:57 pm

 

poppy1

 

 

เราเพิ่งจะหยิบหนังเรื่องนี้มาดู หลังจากที่ซื้อมาดองไว้นานแล้ว เคยอ่านจากในบล็อกพี่แป้ดและบล็อกฝนเขียนว่าเป็นหนังดี ตอนแรกอยากดูมากแต่ต่อมาก็คิดว่าบางทีหนังมันอาจจะติสๆเกินไปกว่าที่เราจะชอบก็ได้ (เพราะเราไม่ติสเลยน่ะสิ ฮือๆ) ก็เลยทิ้งเอาไว้นานไม่ได้ดูสักที แต่พอดูก็รู้สึกว่าเป็นหนังที่ดีจริงๆนะ

 

ที่ต้องพูดถึงอย่างแรกเลยคือ Happy-Go-Lucky เป็นหนังที่ทำให้เราเกิดความขัดแย้งในอารมณ์อย่างมาก คือหนังมันทำให้เราขำและเครียดในเวลาเดียวกัน เราพยายามนึกๆดูว่าเคยมีหนังเรื่องไหนอีกที่ทำให้เราเกิดสองอารมณ์ควบคู่กันไปแบบนี้ แต่ก็นึกไม่ออก เราว่าผู้กำกับเรื่องนี้ก่งจริงๆที่ทำได้ เพราะมันคือความขัดแย้งในอารมณ์ที่ดูแล้วไม่ขัดเลย

 

เรื่องย่อๆก็คือ ผู้หญิงวัยสามสิบชื่อว่าป๊อปปี้ เป็นคนที่อารมณ์ดีมากๆ และไม่เคยยอมให้ใครหรืออะไรมาทำให้เธออารมณ์เสียได้เลย แต่ความอารมณ์ดีของเธอกลับไปสะท้อนความทุกข์และความเครียดของคนรอบๆตัวให้มันดูเด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะครูสอนขับรถของเธอ ที่เป็นคนเคร่งเครียด มองโลกในแง่ร้ายและไม่ยอมที่จะมีความสุขแม้แต่สักนาที

 

เรื่องย่อก็มีแค่นี้ แต่สิ่งที่หนังสะท้อนให้เห็นมีมากมายกว่านี้เยอะ เราดูตอนแรกๆ เห็นบุคลิกของป๊อปปี้แล้วนึกว่าเธอเมาตลอดเวลา เพราะเธอหัวเราะร่วนกับทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด หรือถ้าเธอไม่ได้เมาก็อาจจะติ๊งต๊องแบบสุดๆไปเลย แต่พอดูต่อไปจะเห็นว่า ที่จริงป๊อปปี้ไม่ได้เมาและไม่ได้ติ๊งต๊อง แต่เธอเข้าใจอะไรๆดีกว่าและมากกว่าคนอื่นเยอะทีเดียว อีกทั้งยังเป็นคนมีจิตวิทยาสูงจนอาจจะเป็น therapist ได้เลย

 

ส่วนความทุกข์และความเครียดของคนรอบๆตัวเธอน่ะสิ ทำให้เรารู้สึกว่า ทำไมโลกนี้มันช่างโหดร้ายกับมนุษย์จังนะ เอ หรือว่ามนุษย์โหดร้ายต่อกันเอง โลกก็เลยเป็นแบบนี้ แต่คนที่โหดร้ายกับคนอื่นได้ก็มักจะเป็นผู้ถูกกระทำมาก่อนทั้งนั้น แล้วตกลงใคร (หรืออะไร) คือจุดเริ่มต้นกันแน่

 

มองอีกมุมหนึ่งอาจจะคิดได้ว่าโลกมันก็เป็นของมันอย่างนี้มานานแล้วทุกข์ เครียด และโหดร้าย แต่มนุษย์มักปลูกฝังกันเองให้มีชีวิตอยู่ในความฝันคิดว่าทุกอย่างแก้ไขได้ คิดว่าความดี ความสุข ความสมบูรณ์แบบไปถึงได้  แต่พอมีชีวิตไปนานเข้า มนุษย์เริ่มเห็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆว่ามันไม่เหมือนในฝัน จึงรับไม่ได้ ในขณะที่ป๊อปปี้ นางเอกของเรื่อง เธอมีความสุขได้มากกว่าใครๆก็เพราะเธอยอมรับความจริงได้ และเธอไม่ได้คิดว่าวัตถุ หรือใครที่ไหนจะมาทำให้ชีวิตของเธอสมบูรณ์แบบขึ้นมาได้ ดูจากตอนที่เพื่อนของเธอถามว่า ไม่มีแฟนแล้วโอเคเหรอ เธอยิ้มและตอบว่าโอเคสิ หรือตอนที่น้องสาวบอกให้เธอมีเงินมีบ้านเพื่อให้ชีวิตมั่นคงกว่านี้ แต่เธอปฏิเสธว่าแบบนี้ก็ดีพออยู่แล้ว

 

ดูเหมือนเธอจะมีความสุขและรู้สึกมั่นคงด้วยการยอมรับความจริงในชีวิตมากกว่าการไปพยายามวิ่งหาจากข้างนอก

 

 

ปล ชอบจักรยานของป๊อปปี้มาก คลาสสิกดี

ปล2 บางทีเราก็เคยสงสัยเหมือนน้องสาวป๊อปปี้เหมือนกันนะว่าคนที่ชอบตัดสินคนอื่นและอยากเข้าไปเปลี่ยนแปลงคนอื่น เป็นเพราะเขารู้สึกไม่มั่นคงในตัวเขาเองหรือเปล่านะ? แต่คนที่รู้สึกมั่นคงในตัวเองแบบป๊อปปี้ก็หายากเต็มทีนะ

 

 

12 ความเห็น »

  1. หญิงครับผมเห็นแตกต่างจากหญิงล่ะครับ

    ผมกลับไม่ชอบหนังเรื่องนี้เท่าไหร่

    อาจเพราะผมดูแล้วรำคาญครูป๊อบปี้น่ะครับ

    หวังว่าหญิงคงสบายดีนะครับ

    ความเห็น โดย chakkraphan — เมษายน 8, 2009 @ 4:38 pm | ตอบกลับ

  2. ^
    ^
    55 จะว่าไปก็น่ารำคาญจริงๆล่ะค่ะ
    แต่สงสัยบทตลกๆจะมาช่วยกลบความน่ารำคาญได้เยอะ

    สมมุติ ถ้าเรารู้จักคนแบบป๊อปปี้จริงๆก็คงฮาดี
    แต่ถ้าให้อยู่บ้านเดียวกัน เจอกันทุกเช้าค่ำ ก็ไม่ไหวเหมือนกันค่ะ ร่าเริงเกิ๊นนน :b

    ความเห็น โดย yodmanudying — เมษายน 8, 2009 @ 9:01 pm | ตอบกลับ

  3. ยังไม่เคยดูครับ สงสัยต้องไปหามาดูแล้วครับ ;)
    ความพอใจ (ดีพออยู่แล้ว) นี่น่าจะเป็นฐานของความมั่นคงในอารมณ์หลาย ๆ อย่างจริง ๆ นะครับ

    ความเห็น โดย จิตร์ทัศน์ — เมษายน 9, 2009 @ 1:46 am | ตอบกลับ

  4. ชอบเรื่องนี้มาก ๆ เหมือนกันค่ะ
    รู้สึกได้เลยว่า การมองโลกในแง่ดี จะส่งผลดีต่อเรายังไง

    แต่ส่วนตัวแล้ว คิดว่า..
    ตอนที่น้องสาวถามถึงชีวิตของป๊อบปี้
    แล้วป๊อบปี้ตอบว่า ก็มีความสุขดี
    คิดว่า.. จริง ๆ แล้ว ป๊อบปี้ก็ยังเคลือบแคลงสงสัยอยู่เหมือนกันว่าที่เป็นไปอยู่ทุกวันนี่สุขจริงรึเปล่า

    แต่ความ happy ของป๊อบปี้ก็พาเธอ go lucky จนมาพบกับชายหนุ่มคนนั้น
    ที่น่าจะเป็นส่วนเติมเต็มความสุขของเธอตามที่น้องสาวถามไว้ก็ได้นะคะ

    ^ ^

    ความเห็น โดย mango — เมษายน 9, 2009 @ 7:16 am | ตอบกลับ

  5. มะนาว: นั่นสิคะ อยากมั่นคงบ้างจัง :)
    mango: เรื่องนี้มองได้หลายมุมจริงๆอ่ะค่ะ แต่ละคนรู้สึกไม่เหมือนกันเลย :)

    ความเห็น โดย yodmanudying — เมษายน 9, 2009 @ 9:48 am | ตอบกลับ

  6. ป๊อบปี้สบายอารมณ์ได้ตลอด
    เพราะเธอเข้าใจและยอมรับสิ่งรอบตัวได้ง่ายกว่าคนอื่น
    ฝนอยากเป็นแบบป๊อบปี้บ้างจัง

    ป.ล.อยากอ่านเล่มวิ่งของมูราคามิเหมือนกันค่ะ
    เขาว่าปีนี้จะมีแปลออกมาเป็นภาษาไทย (คุณนพดลแปล) ฝนก็รออ่านฉบับนั้น
    วันก่อนเพิ่งเห็นว่าเล่มปกอ่อนออกขายแล้ว
    แต่เฮียไม่ซื้อ รอยืมพ่อซะงั้นค่า ฮ่าๆ (ประหยัดดด)

    ความเห็น โดย foneko — เมษายน 11, 2009 @ 7:33 am | ตอบกลับ

  7. ^
    ^
    พี่ก็อยากเป็นอย่างป๊อปปี้ค่ะ (แต่ไม่อยากน่ารำคาญนะ ฮ่าๆ)

    เล่มวิ่งของมูราคามิ ถ้าออกภาษาไทยพี่ก็จะซื้ออีก อยากอ่านสองภาษาเลยอ่ะ ชอบมาก ฮิๆ

    ฝนสบายรึเปล่าคะ?

    ความเห็น โดย yodmanudying — เมษายน 11, 2009 @ 11:23 am | ตอบกลับ

  8. ตอนดูจบ
    พี่แอบถามตัวเองว่า เราคงเป็นแบบสก็อต ครูสอนขับรถคนนั้นไปบ้าง
    ไม่มากก็น้อยล่ะหญิง

    แต่โดยรวมแล้วหนังมันจริงดีนะ
    มันบอกให้เรามองโลกในแง่ดี แต่ขณะเดียวกันก็บอกว่าถ้าเรามองโลกในแง่ดี
    สิ่งที่เราจะเจอคืออะไรบ้าง

    แนะนำให้เพื่อนบางคนไปดู กลับมาบอกว่าดูแล้ว “หลับ” 555

    ความเห็น โดย grappa — เมษายน 12, 2009 @ 12:42 am | ตอบกลับ

  9. ^
    ^
    จริงด้วยค่ะ เราคงเป็นแบบครูสอนขับรถกันบ่อยๆเลยล่ะ ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว

    และการจะเป็นอย่างป๊อปปี้ได้ก็คงต้องแลกด้วยอะไรหลายๆอย่าง
    มุมมองพี่แป้ดจริงสุดๆเลยค่ะ

    ว่าแต่ ทำไมเพื่อนพี่หลับได้ล่ะ แง

    ความเห็น โดย yodmanudying — เมษายน 12, 2009 @ 1:12 am | ตอบกลับ

  10. สบายดีค่า ตอนนี้กำลังฟิต ทำเล่มใหม่อยู่ค่า

    ความเห็น โดย foneko — เมษายน 15, 2009 @ 3:42 am | ตอบกลับ

  11. แล้วน้าหญิงแฮปปี้เรื่องบ้านเช่าหรือยังฮับ…

    ความเห็น โดย ท่องโดดเดี่ยวหมื่นลี้ — เมษายน 21, 2009 @ 5:38 pm | ตอบกลับ

  12. Good web

    ความเห็น โดย โก้ — มิถุนายน 23, 2009 @ 5:48 am | ตอบกลับ


RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .