
เราเพิ่งจะหยิบหนังเรื่องนี้มาดู หลังจากที่ซื้อมาดองไว้นานแล้ว เคยอ่านจากในบล็อกพี่แป้ดและบล็อกฝนเขียนว่าเป็นหนังดี ตอนแรกอยากดูมากแต่ต่อมาก็คิดว่าบางทีหนังมันอาจจะติสๆเกินไปกว่าที่เราจะชอบก็ได้ (เพราะเราไม่ติสเลยน่ะสิ ฮือๆ) ก็เลยทิ้งเอาไว้นานไม่ได้ดูสักที แต่พอดูก็รู้สึกว่าเป็นหนังที่ดีจริงๆนะ
ที่ต้องพูดถึงอย่างแรกเลยคือ Happy-Go-Lucky เป็นหนังที่ทำให้เราเกิดความขัดแย้งในอารมณ์อย่างมาก คือหนังมันทำให้เราขำและเครียดในเวลาเดียวกัน เราพยายามนึกๆดูว่าเคยมีหนังเรื่องไหนอีกที่ทำให้เราเกิดสองอารมณ์ควบคู่กันไปแบบนี้ แต่ก็นึกไม่ออก เราว่าผู้กำกับเรื่องนี้ก่งจริงๆที่ทำได้ เพราะมันคือความขัดแย้งในอารมณ์ที่ดูแล้วไม่ขัดเลย
เรื่องย่อๆก็คือ ผู้หญิงวัยสามสิบชื่อว่าป๊อปปี้ เป็นคนที่อารมณ์ดีมากๆ และไม่เคยยอมให้ใครหรืออะไรมาทำให้เธออารมณ์เสียได้เลย แต่ความอารมณ์ดีของเธอกลับไปสะท้อนความทุกข์และความเครียดของคนรอบๆตัวให้มันดูเด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะครูสอนขับรถของเธอ ที่เป็นคนเคร่งเครียด มองโลกในแง่ร้ายและไม่ยอมที่จะมีความสุขแม้แต่สักนาที
เรื่องย่อก็มีแค่นี้ แต่สิ่งที่หนังสะท้อนให้เห็นมีมากมายกว่านี้เยอะ เราดูตอนแรกๆ เห็นบุคลิกของป๊อปปี้แล้วนึกว่าเธอเมาตลอดเวลา เพราะเธอหัวเราะร่วนกับทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด หรือถ้าเธอไม่ได้เมาก็อาจจะติ๊งต๊องแบบสุดๆไปเลย แต่พอดูต่อไปจะเห็นว่า ที่จริงป๊อปปี้ไม่ได้เมาและไม่ได้ติ๊งต๊อง แต่เธอเข้าใจอะไรๆดีกว่าและมากกว่าคนอื่นเยอะทีเดียว อีกทั้งยังเป็นคนมีจิตวิทยาสูงจนอาจจะเป็น therapist ได้เลย
ส่วนความทุกข์และความเครียดของคนรอบๆตัวเธอน่ะสิ ทำให้เรารู้สึกว่า ทำไมโลกนี้มันช่างโหดร้ายกับมนุษย์จังนะ เอ หรือว่ามนุษย์โหดร้ายต่อกันเอง โลกก็เลยเป็นแบบนี้ แต่คนที่โหดร้ายกับคนอื่นได้ก็มักจะเป็นผู้ถูกกระทำมาก่อนทั้งนั้น แล้วตกลงใคร (หรืออะไร) คือจุดเริ่มต้นกันแน่
มองอีกมุมหนึ่งอาจจะคิดได้ว่าโลกมันก็เป็นของมันอย่างนี้มานานแล้ว—ทุกข์ เครียด และโหดร้าย แต่มนุษย์มักปลูกฝังกันเองให้มีชีวิตอยู่ในความฝัน—คิดว่าทุกอย่างแก้ไขได้ คิดว่าความดี ความสุข ความสมบูรณ์แบบไปถึงได้ แต่พอมีชีวิตไปนานเข้า มนุษย์เริ่มเห็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆว่ามันไม่เหมือนในฝัน จึงรับไม่ได้ ในขณะที่ป๊อปปี้ นางเอกของเรื่อง เธอมีความสุขได้มากกว่าใครๆก็เพราะเธอยอมรับความจริงได้ และเธอไม่ได้คิดว่าวัตถุ หรือใครที่ไหนจะมาทำให้ชีวิตของเธอสมบูรณ์แบบขึ้นมาได้ ดูจากตอนที่เพื่อนของเธอถามว่า ไม่มีแฟนแล้วโอเคเหรอ เธอยิ้มและตอบว่าโอเคสิ หรือตอนที่น้องสาวบอกให้เธอมีเงินมีบ้านเพื่อให้ชีวิตมั่นคงกว่านี้ แต่เธอปฏิเสธว่าแบบนี้ก็ดีพออยู่แล้ว
ดูเหมือนเธอจะมีความสุขและรู้สึกมั่นคงด้วยการยอมรับความจริงในชีวิตมากกว่าการไปพยายามวิ่งหาจากข้างนอก
ปล ชอบจักรยานของป๊อปปี้มาก คลาสสิกดี
ปล2 บางทีเราก็เคยสงสัยเหมือนน้องสาวป๊อปปี้เหมือนกันนะว่าคนที่ชอบตัดสินคนอื่นและอยากเข้าไปเปลี่ยนแปลงคนอื่น เป็นเพราะเขารู้สึกไม่มั่นคงในตัวเขาเองหรือเปล่านะ? แต่คนที่รู้สึกมั่นคงในตัวเองแบบป๊อปปี้ก็หายากเต็มทีนะ…