YodManudYing’s Blog

มีนาคม 18, 2009

บางอย่างรอไม่ได้

Filed under: short story — yodmanudying @ 6:30 pm

 

 

**เขียนเรื่องสั้นอีกแล้วค่า ใครแวะมาอ่าน ขอคอมเม้นต์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ**

 

บางอย่างรอไม่ได้

 

หลังจากเลิกเรียนที่มหาวิทยาลัย ฉันมักจะไปหมกตัวอยู่ที่ห้องทำงานสำหรับนักศึกษาปริญญาโท ห้องทำงานที่ว่านี้เป็นห้องกว้างๆ มีโต๊ะ และคอมพิวเตอร์มากมายสำหรับให้นักศึกษาปริญญาโทจากหลายๆคณะเข้ามานั่งทำงาน บ้างก็ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ บ้างก็เขียนธีสิส แต่สำหรับฉัน ฉันมักเข้าไปนั่งทำงานส่วนตัวเสียมากกว่า

 

งานส่วนตัวของฉันก็คือ เขียนการ์ตูน หลายคนบอกว่าฉันเป็นนักเขียนการ์ตูนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง แต่ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการเป็นคนมีชื่อเสียง ต้องมีคนรู้จักมากแค่ไหน และที่สำคัญต้องมีคนชอบกี่คน แต่ฉันไม่มีทางรู้ได้ว่ามีคนชอบฉันและไม่ชอบฉันจริงๆกี่คน ฉันจึงบอกไม่ได้ว่าฉันเป็นคนมีชื่อเสียงจริงหรือไม่ แค่ไหน

 

คนที่มีชื่อเสียงมากกว่าฉันแน่ๆ นั่งอยู่ตรงข้ามฉันนี่เอง เขาเป็นนักศึกษาปริญญาโทที่คณะวิทยาศาสตร์ ตัวผอมเล็ก หน้าตาดี ใส่แว่นกรอบสีดำ ผมกระเซิง อายุของเขาแค่ยี่สิบปลายๆ ยังน้อยมากถ้าเทียบกับนักวิทยาศาสตร์ทั่วไป แต่ด้วยความอัจฉริยะของเขา ทำให้เขาผลิตผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่นออกมาได้มากมาย ทำให้เขามีชื่อเสียงรวดเร็ว และตอนนี้เขากำลังผลิตงานที่ทำให้ฉันขนลุก

 

โต๊ะทำงานของเราหันหน้าเข้าหากันฉันจึงมีโอกาสคุยกับเขามากกว่าคนอื่น วันหนึ่งฉันถามเขาว่า

ปี่ก่อนเธอได้รางวัลอะไรนะ

ชนะเลิศสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยม เราสร้างหุ่นยนต์ที่พูดได้เอง โดยไม่ต้องมีคำสั่งเขาตอบทั้งที่สายตาจ้องมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์แทนที่จะมองหน้าฉัน และฉันก็จ้องไปที่หน้าจอของตัวเองเช่นกัน เรามักคุยกันไปทำงานไป แบบไม่ต้องมองหน้า

โห ทำยังไงน่ะ

อธิบายยากนะ นักเขียนการ์ตูนคงไม่เข้าใจหรอก เขาหัวเราะ

เชอะ ก็ไม่ได้อยากเข้าใจมากนักหรอก โลกนี้มีเสียงคนพูดมากจนหนวกหูจะแย่อยู่แล้ว ผลิตหุ่นให้พูดอีกทำไมก็ไม่รู้

ฮ่าๆ งั้นการ์ตูนยังมีไม่มากพอสินะ ถึงต้องผลิตเพิ่ม เขาพูดด้วยน้ำเสียงทะเล้น

อย่างน้อยการ์ตูนก็ไม่หนวกหูนะ

ถ้างั้นเธออยากให้เราผลิตอะไรล่ะ ตอนนี้น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง

อะไรที่มันมีประโยชน์หน่อยน่ะ

เขานิ่งไปนิดหนึ่งแล้วเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟข้างๆตัวมาดื่ม ก่อนที่จะพูดขึ้นว่า ตอนนี้เรากำลังสร้างสิ่งนึง ไม่แน่ใจว่ามีประโยชน์หรือเปล่า

บอกมาสิว่าอะไร แล้วเราจะบอกให้ว่ามีประโยชน์หรือเปล่า

ยาที่ทำให้คนสลายไปได้ สลายไปเป็นอากาศในพริบตา ไม่เจ็บปวดไม่ทรมาน

เฮ้ย นี่มันยาฆ่าคนชัดๆ ตอนนี้ฉันหยุดพิมพ์คอมพิวเตอร์แล้วเอียงตัวไปมองหน้าเขา

ก็แล้วแต่นะว่าเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าเอาไปฆ่าคนก็ผิด แต่ถ้าเอาไปช่วยคนก็ถูก

ช่วยคนให้กลายเป็นอากาศเนี่ยนะ

บางคนอาจจะอยากเป็นก็ได้

บ้าไปแล้ว

บางคนอาจจะสมควรเป็น  

ถ้างั้นเอาไปไกลๆจากเราและการ์ตูนของเราเลยนะ

ฮ่าๆ โอเคเขายิ้มกว้างและเอียงตัวออกจากจอมาคุยกับฉันบ้าง ว่าแต่การ์ตูนเรื่องใหม่ใกล้จะเสร็จหรือยัง

อืม ก็เกือบแล้วล่ะ

นานชมัด เรารออ่านอยู่นะ แต่นักเขียนมัวแต่เที่ยวกับแฟน เลยไม่ได้อ่านสักที

ช่วยไม่ได้น่า ช่วงนี้กำลังสวีท รู้สึกว่าหน้าฉันจะแดงนิดๆ

จริงจังมากเหรอ กับคนนี้

ก็จริงจังกว่าเขียนการ์ตูนอีกนะ

อืม

 

หลังจากนั้น เขาก็ถามถึงแฟนฉันอีกหลายข้อ เข้าใจว่าคงจะเป็นห่วง และฉันก็ถามถึงเรื่องงานใหม่ของเขาอีกหลายข้อด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน เขาบอกว่ายาสลายมนุษย์ของเขานี้ จะทำเป็นธีสิสตอนจบปริญญาโท แต่ตอนที่เขาเสนอคณะกรรมการว่าจะทำเรื่องนี้กลับโดนกรรมการหลายคนคัดค้านเนื่องจากมันเป็นงานที่อันตราย เขาตอบกรรมการไปว่ามันจะไม่อันตรายถ้าเขาทำเพื่อต่อยอดความรู้ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น ไม่ได้นำไปใช้จริง ในการทดลองเขาก็จะทดลองกับวัตถุแทน

 

แต่ทดลองกับวัตถุจะรู้ได้ยังไงว่าใช้ได้จริงกับมนุษย์ คนกับวัตถุมีธรรมชาติที่ต่างกันมากนะ ฉันสงสัย

จริงอย่างที่เธอว่า…’

และเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรมากกว่านั้นอีก

 

หกเดือนผ่านไป ฉันเขียนการ์ตูนเรื่องใหม่เสร็จ ส่วนเขา ฉันคิดว่าน่าจะผลิตสิ่งนั้นเสร็จแล้วเช่นกัน วันนั้นเรานั่งคุยกันระหว่างที่ต่างคนต่างพิมพ์อะไรลงในคอมพิวเตอร์ของตัวเองเช่นเคย เขาขอฉันอ่านการ์ตูนเรื่องใหม่ ท่าทางเขาจะเป็นแฟนเหนียวแน่นของฉันทีเดียว

 

การ์ตูนเสร็จหรือยัง เขาถามพลางพิมพ์อะไรยิกๆลงในคอมพิวเตอร์

อื้อ ฉันตอบพลางพิมพ์อะไรยิกๆเช่นกัน

พิมพ์เมื่อไหร่

คงอีกสักพักนะ บก บอกว่าให้รอก่อน ตอนนี้ยังจังหวะไม่ดี

เขาหยุดพิมพ์ เอื้อมมือไปยกกาแฟดื่ม เราไม่เคยเข้าใจเรื่องการตลาดเลย เขียนก็เสร็จแล้ว แฟนๆก็รออ่านอยู่ตั้งเยอะ แต่ดันไม่ยอมพิมพ์

ยิ่งรอนาน ยิ่งมีค่าไง

บ่มไว้แบบไวน์นะเหรอ เราไม่เห็นด้วยหรอก เขาวางแก้วกาแฟลง พร้อมนิ่งคิดอะไรบางอย่าง

อดทนหน่อยน่า

เขาหันมาสบตาฉัน ทำหน้าจริงจังและพูดว่า บางอย่างก็รอไม่ได้หรอกนะ

บางอย่างเนี่ย กี่อย่าง ฉันถามกวนๆ

กี่อย่างก็แล้วแต่คน สำหรับเรามีสองอย่างมั้ง หนึ่งคือการ์ตูนของเธอ (ยิ้ม) ส่วนสองบอกไม่ได้

รอไม่ได้แล้วเธอจะทำยังไง

ก็คงต้องทำอะไรสักอย่าง เช่น คืนนี้เราอาจจะแฮ้กคอมของเธอแล้วอ่านการ์ตูนให้จบเลย

รอไม่ได้แล้วทำอะไรผิดๆเนี่ยนะ เธอนี่

ไม่ใช่ผิด ต้องเรียกว่าเปลี่ยนผิดให้เป็นถูก เราสมควรได้อ่านแล้ว แต่เราไม่ได้อ่าน เราก็เลยต้องทำอะไรสักอย่าง เข้าใจรึเปล่า

เหตุผลดีตายล่ะ เดี๋ยวเราเปิดไว้ให้อ่านเลย ไม่ต้องแฮ้กให้เมื่อยหรอก

ตอนนั้นฉันไม่ได้สังเกตุเลยว่าสิ่งที่เขาพูดหมายถึงอะไร และเขาจริงจังขนาดไหน และฉันก็ไม่ได้ขอดูงานของเขาเป็นการแลกเปลี่ยน ก็งานของเขาไม่ใช่สิ่งที่จะใช้ ดู ได้นี่นะ

 

***

หลายวันก่อนผมไปงานเลี้ยงของคณะ เจอผู้ชายหน้าคุ้นร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง ผู้ชายคนนี้ไปหาเพื่อนผมที่ห้องทำงานของนักศึกษาปริญญาโทบ่อยๆ แต่วันนั้นเขาควงไปกับผู้หญิงหน้าไม่คุ้นรูปร่างเซ็กซี่ ผมเห็นสิ่งที่ไม่สมควรเห็น ไม่สิ ผมเห็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้น

 

***

 

เช้านี้ฉันมาทำงานเร็ว ตั้งใจว่าจะเขียนธีสิสให้เสร็จก็เลยมาเริ่มทำตั้งแต่เช้า มองไปที่โต๊ะตรงกันข้าม ยังเป็นเก้าอี้ว่างอยู่ คอมพิวเตอร์ก็ยังปิดอยู่ แปลกจริง ปกติเขาจะมาเช้ากว่าฉันเสมอนี่นา

 

สองสามชั่วโมงผ่านไป เขาเดินก้มหน้าเข้ามาในห้อง นั่งลงที่เก้าอี้ เปิดคอมพิวเตอร์ ไม่มองหน้าฉัน ไม่ทักทาย ไม่พูดอะไรสักคำ ฉันเอียงตัวไปทักทายตามปกติ แต่เขาไม่ตอบและแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน แปลกจริง ปกติเขาทักฉันก่อนด้วยซ้ำไป

 

ฉันลองทักเสียงดังขึ้นอีก เขาเงยหน้าขึ้นมา ฉันเห็นว่าตาของเขาแดงมาก เหมือนคนไม่ได้นอน

เป็นอะไรรึเปล่า ตาแดงเชียว

‘…นอนไม่ค่อยหลับ…’ เขาตอบเสียงอ่อย และก้มหน้าลง

งานมีปัญหาหรือเปล่า

เขาเงียบไปพักหนึ่งแล้วตอบว่า ‘…ก็ไม่เชิง

มีอะไร คุยกันได้นะ ฉันรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา ปกติเพื่อนฉันคนนี้ไม่เคยมีอาการซึมเซาอย่างนี้เลย

‘…’ เขายังคงเงียบอยู่ และก้มหน้านิ่ง จ้องมองบนโต๊ะว่างเปล่า

ทำงานไม่ทันเหรอ เรานึกว่าเธอทำเสร็จไปแล้ว ฉันยังคงเซ้าซี้ถาม

เขาค่อยๆยื่นมือไปเปิดคอมพิวเตอร์ ถอนหายใจค่อยๆแล้วตอบว่า เราจะไม่ใช้งานนั้นเป็นตัวจบโทแล้วล่ะ

ฉันอึ้งไป ทำไมล่ะ อุตส่าทำมาตั้งนาน หรือว่า…’ ฉันคิดว่าเขาอาจจะทำไม่สำเร็จ

ยามันหายไปแล้ว เขาชิงตอบ

หายไปได้ยังไง

‘…ไม่รู้…’ เขาตอบเสียงค่อยลงไปอีก เหมือนพูดอยู่ในลำคอ

ทำใหม่ทันไหม

ไม่อยากทำแล้ว คราวนี้เขามีท่าทีหงุดหงิด เหมือนไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ต่อไป

เดี๋ยวก็ไม่จบหรอก ฉันพูดไปขมวดคิ้วไป แต่ไม่กล้าถามอะไรเพื่อนต่อ

 

จากนั้น เราต่างทำงานของตัวเองไปเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรกันอีกพักใหญ่ จนเขาพูดขึ้นมาเอง

หนุ่มเธอเป็นไงมั่ง…’ เขามักเรียกแฟนฉันว่าหนุ่มแทนที่จะเรียกชื่อ

อืม ก็สบายดีนะ ถามทำไม

เปล่าก็แค่ถามดู คบกันดีใช่ไหม

ดีจ้า ฉันตอบและเหลือบไปเห็นเขายิ้ม เป็นยิ้มแรกของวัน และเป็นยิ้มที่เหมือนยิ้มกับตัวเองมากกว่ายิ้มให้ฉัน

 

วันนั้นทั้งวัน เขามีอาการซึมเซา ไม่ค่อยพูด สายตาอ้างว้าง มองลงต่ำ พอค่ำๆเขาก็ลุกจากโต๊ะ บอกว่าง่วงนอนมากจะกลับบ้าน เราร่ำลากันสองสามคำ

 

วันรุ่งขึ้น ฉันมาตั้งแต่เช้าอีก โต๊ะของเขายังคงว่าง เพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ วิ่งเอาหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุดมาให้ฉันดูด้วยความตื่นเต้น หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เป็นภาพของหญิงสาวรูปร่างเซ็กซี่ เป็นดาวมหาวิทยาลัย ใครๆก็รู้จักเธอ ข่าวลงว่าเธอหายตัวไปไร้ร่องรอย ตำรวจพยายามค้นหาแต่ไม่เจอ และไม่มีหลักฐานสักชิ้นที่จะบ่งบอกว่าเธอถูกลักพาตัว หรือถูกฆาตกรรมแต่อย่างใด เพื่อนสนิทของเธอบอกกับตำรวจว่า หลักเลิกเรียนเธอขอแยกไปที่ใต้ตึกเพื่อหยิบกระเป๋าและดื่มน้ำ แต่หลังจากนั้นไม่มีใครเห็นเธออีกเลย กระเป๋าของเธอก็ยังคงวางอยู่ที่เดิม มีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายทำการฆาตกรรมหรือลักพาตัวเธอไประหว่างทางเดินจากห้องเรียนไปยังใต้ตึก แต่ตำรวจไม่พบหลักฐานใดๆเลย

 

สิ่งที่วางอยู่ใกล้กับกระเป๋าของเธอคือขวดน้ำเปล่า ต่อมาตำรวจทำการพิสูจน์หลักฐาน พบว่าเธอได้ดื่มน้ำจากขวดนั้นเข้าไปจริงๆเพราะมีรอยน้ำลายของเธอติดอยู่ที่ปากขวด น้ำในขวดไม่เหลืออยู่เลย แต่ก็ไม่มีสีหรือกลิ่นใดๆติดอยู่ที่ขวดที่จะบ่งบอกว่าน้ำนั้นเป็นพิษ แสดงว่าเธอได้เดินมาถึงกระเป๋าของเธอแล้วและได้ดื่มน้ำจนหมดขวด แต่หลังจากนั้นเธอหายไปไร้ร่องรอยได้อย่างไร

 

รายงานข่าวยังบอกต่อไปว่า ตำรวจพยายามสืบหาสาเหตุที่เกี่ยวข้อง พบว่าเธอมีความสัมพันธ์กับผู้ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งในคณะเดียวกัน ซึ่งผู้ชายคนนี้มีความสัมพันธ์อยู่แล้วกับผู้หญิงอีกคนซึ่งเป็นนักเขียนการ์ตูนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาจึงเป็นความลับ ตำรวจเข้าจับกุมชายผู้นั้นและสืบสวนหาความจริง แต่มีหลักฐานหนักแน่นว่า ชายผู้นั้นมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเธอแต่อย่างใด

 

ชื่อและภาพของผู้ชายที่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ว่ามีความสัมพันธ์กับหญิงสาวดาวมหาวิทยาลัย ทำให้ฉันมีอาการสั่นเทา แต่สิ่งที่ทำให้ฉันสั่นยิ่งกว่าเกิดขึ้นหลังจากที่ฉันได้ปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆเข้าด้วยกัน

 

***

เธอเดินเข้ามาหาผม ตาของเธอแดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เธอบอกกับผมว่าเธอรู้ เธอบอกต่อไปว่า เธอขอบคุณผมมาก แต่เธอก็เสียใจมากในเวลาเดียวกัน ผมบอกกับเธอว่า บางอย่างรอไม่ได้ ผมบอกกับเธออย่างนั้น แต่อันที่จริงผมก็ต้องการตอกย้ำกับตัวผมเองด้วย   

 

วันต่อมาเธอเดินมาชวนผมไปทานข้าว ผมเลยบอกให้เธอมาทานที่บ้านผม เดี๋ยวผมจะทำอาหารพิเศษให้เธอโดยเฉพาะ เธอตอบตกลง

 

ก่อนเวลานัดสองชั่วโมง ผมรีบออกไปซื้อของเพื่อมาทำอาหาร ผมตั้งใจจะทำสปาเก็ตตี้เบคอนให้เธอทาน เพราะผมรู้มาว่าเธอชอบมาก แล้วก็เป็นเมนูที่ผมทำได้อร่อยมากด้วย เอ่อ อันที่จริงพอผมรู้ว่าเธอชอบ ผมก็เลยไปฝึกฝีมือมา ไม่นึกเลยว่าจะมีโอกาสได้ทำให้เธอทานจริงๆ พอทำเสร็จ ผมก็จัดโต๊ะไว้อย่างเรียบร้อย เตรียมเครื่องดื่ม และของหวานที่เธอชอบไว้เสร็จสรรพก่อนเวลานัดหลายสิบนาที แล้วผมก็นั่งรอเธอที่โต๊ะนั้นเอง

 

เสียงออดดังขึ้น ผมเปิดประตูออกไป เห็นเธอยืนนิ่งอยู่ แววตาของเธอเศร้าหมองเหลือเกิน ผมพาเธอไปนั่งที่โต๊ะ เชื้อเชิญให้เธอทานอาหาร แต่เธอบอกว่าขอคุยกันก่อน

 

ผมรอที่จะคุย แต่เธอไม่ยอมพูดอะไร เธอเงียบนิ่งไปหลายนาทีแล้วก็ร้องไห้ จากนั้นเธอพูดว่า ถ้าเธอไม่บอกก็ไม่มีใครรู้ แต่เธอต้องบอก ผมยิ้มให้เธอแล้วบอกว่า ไม่เป็นไร บางอย่างผมรอไม่ได้ บางอย่างเธอก็รอไม่ได้ ผมเข้าใจดี เธอพยักหน้าและร้องไห้มากขึ้น

 

ผมยื่นกระดาษทิชชู่ให้เธอเช็ดน้ำตา แล้วผมก็บอกรักเธอ ผมรักเธอมาก ตอนนี้ผมกำลังจะน้ำตาไหลเสียเอง เธอไม่ได้สบตาผมแต่พยักหน้า ผมรู้ว่าเธอรู้ดีอยู่แล้ว

 

ผมบอกให้เธอทานอาหาร เพราะผมตั้งใจทำให้เธอจริงๆ เธอตอบตกลง แต่แล้วก็มีเสียงออดดังขึ้น ดูเหมือนว่าคนที่มากดออดจะมีมากกว่าหนึ่งคน อาจจะมาเป็นกลุ่ม เธอบอกผมว่าเธอคงไม่มีเวลาทานอาหารของผมในวันนี้เสียแล้ว แต่เธอจะรอทานอาหารที่ผมทำคราวหน้า ผมพยักหน้า เธอเช็ดน้ำตา

 

เธอเดินหันหลังออกจากประตูไป สวนทางกับกลุ่มคนในเครื่องแบบที่พากันเข้ามา ผมมองตามหลังเธอไป และภาวนาขอให้เธอรอผมได้จริงๆ

 

***

ฉันคงไม่ได้เจอเขาอีกนานทีเดียว แต่ฉันจะรอสิ่งนี้ฉันรอได้

 

8 ความเห็น »

  1. เฮือก หายไปเลย— อ่านแล้วสยองเล็กน้อยครับ

    ความเห็น โดย jittat — มีนาคม 19, 2009 @ 1:18 am | ตอบกลับ

  2. สนุกดีนะ แต่…ฮ่า ๆทำไมมีคำวา่า แต่… ก็มันดูเหมือนจะยังไม่จบนะสิ…ลองอ่าน ๆดูแล้วจะรู้ว่าถ้ามันมีต่ออีกนิดจะเป็นการจบที่สมบูรณ์มากเลย…อ่ะ…ธารให้เวลาไปอ่านใหม่…แล้วจะรู้ว่าทำไม…ต้องมีคำว่า แต่…

    ความเห็น โดย ท่องโดดเดี่ยวหมื่นลี้ — มีนาคม 19, 2009 @ 2:19 am | ตอบกลับ

  3. ลอก จารย์ มะนาวครับ /FILMSICK

    ความเห็น โดย atrickofthelight — มีนาคม 19, 2009 @ 12:42 pm | ตอบกลับ

  4. บางอย่างรอไม่ได้.. ???

    ขอทำงานเสร็จก่อน เดี๋ยวจะกลับมาอ่านอีกรอบ

    แหะๆ

    ความเห็น โดย ต้นแพร — มีนาคม 19, 2009 @ 3:27 pm | ตอบกลับ

  5. เดาทางไม่ถูก แฮ่ๆ

    สนุกดีครับ แต่แอบนึกว่า หนุ่มนักวิจัย จะจิตกว่านี้

    ความเห็น โดย บุญชิตฯ — มีนาคม 24, 2009 @ 4:14 am | ตอบกลับ

  6. ^
    ^
    ขอบคุณทุกคนค่า

    ที่จริงถ้าจบแบบจิตกว่านี้คงสนุกกว่านี้นะคะ แต่เราดันอยากให้เรื่องมันโรแมนติกด้วย (โรแมนติกแบบแปลกๆ ฮ่าๆ)

    ความเห็น โดย yodmanudying — มีนาคม 24, 2009 @ 4:42 pm | ตอบกลับ

  7. Sanook dee ka….
    Look forward to reading more :)

    ความเห็น โดย sayorita — มีนาคม 26, 2009 @ 4:51 am | ตอบกลับ

  8. หักมุมด้วยความโศก ติดตามอีกนะ

    ความเห็น โดย boy — สิงหาคม 6, 2009 @ 6:36 pm | ตอบกลับ


RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .