
มีคนเคยบอกว่า คนนิ้วก้อยสั้นกว่าข้อนิ้วนาง เป็นคนที่มักถูกเอาเปรียบและที่สำคัญคือมักยอมให้คนอื่นเอาเปรียบด้วยสิ (เป็นคนชิวๆว่างั้น) นิ้วก้อยเราสั้นกว่าข้อและนิสัยก็เข้าข่ายแบบนั้นซะด้วย ตอนนี้มีสถานการณ์ที่เหมือนกำลังโดนเอาปรียบอยู่ ก็เลยคิดว่า คงต้องเสริมโหงเฮ้งกันหน่อยก่อนที่จะไปเจรจาใดๆ แต่ว่าจะไปหาเล็บปลอมหรือนิ้วปลอมจากที่ไหนเราก็ไม่เคยรู้ ก็เลยเอาโพสอิทมาแปะไว้แบบนี้แล
หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น
ปล ขำขำนะ
ปล2 เจอคำคมของคุณ Mark Twain บอกว่า “Truth is stranger than fiction, but it is because Fiction is obliged to stick to possibilities; Truth isn’t.” เห็นด้วยอย่างยิ่ง รู้สึกว่าไม่ค่อยมีอะไรในชีวิตที่มันเป็นไปตามความน่าจะเป็นเลย
ปล3 เราเป็นพวกชอบสะสมคำคมน่ะ
มีคนเคยบอกไว้เช่นกันว่า “อย่าปล่อยให้คนที่เอาเปรียบเราลอยนวล”
สู้ๆ ครับ
ความเห็น โดย oneditorial — มีนาคม 2, 2009 @ 10:41 pm |
ฮ่าๆ
ขอบคุณนะคะ ^__^
ความเห็น โดย yodmanudying — มีนาคม 3, 2009 @ 1:16 am |
ฮ่าๆ เป็นการเสริมดวง แก้เคล็ดที่เข้าท่า
ไหนๆ จะเสริมทั้งที ทำไมไม่ทำให้ยาวกว่านิ้วอื่นเลยล่ะครับ
นอกจากไม่ถูกเอาเปรียบแล้ว ยังไปเอาเปรียบคนอื่นต่ออีกที ดีไหม
ช่วงนี้ก็รู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบแฮะ ทำบ้างดีกว่า
หวังว่าคงสบายดีครับ
ความเห็น โดย tar — มีนาคม 3, 2009 @ 7:59 am |
ธารก็นิ้วก้อยสั้นกว่าข้อนิ้วนาง…
ก็ชอบยอมให้คนอื่นเอาเปรียบนะ…
แต่ธารต้องได้แกล้งกลับคืน…หยวน ๆเสมอกัน…
ความเห็น โดย ท่องโดดเดี่ยวหมื่นลี้ — มีนาคม 3, 2009 @ 11:27 am |
ต๊ะ: เสริมให้สูงกว่าของเราเลยนะ อ้อ แต่อย่าเสริมตอนทำเครื่องปั้นดินเผาน้า เดี๋ยวปั้นไม่ถนัด ^_^
ธาร: :ซ่าขนาดธารนี่มีคนกล้าเอาเปรียบด้วยเหรอ ไม่น่าเชื่อเล้ยยย ฮ่าๆ
ความเห็น โดย yodmanudying — มีนาคม 3, 2009 @ 8:21 pm |
พี่หญิง… เอ็นข้อมือฉีก ฮือๆๆ เจ็บมาก ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้เลย
ความเห็น โดย เด็กเรียบร้อย — มีนาคม 5, 2009 @ 11:25 am |
ถ้าไม่อ่านโพสต์นี้ จะไม่เคยสังเกตเลยครับ
…
ของผมสั้นกว่าข้อนิ้วนางร่วม ซม. เลยทีเดียว
หว่า
ไปซื้อเล็บนางรำมาใส่ดีไหม ?
ความเห็น โดย บุญชิตฯ — มีนาคม 5, 2009 @ 2:13 pm |
น้องวาว: ต่อไประวังหน่อยน้า เจ็บตัวบ่อยเกิน
บุญชิต: โอ๊ยยยยยย รีบไปเสริมด่วนเลยค่า
ความเห็น โดย yodmanudying — มีนาคม 5, 2009 @ 8:13 pm |
(ไม่เกี่ยวกับโพสต์นี้)
มาเล่าว่า ตอนนี้ผมเป็นมือใหม่มุราคามิครับ
แบบว่าอ่าน Afterdark แล้วติดใจ
แต่หาเล่มอื่นอ่านยากจัง ตอนนี้ที่ยังพอเหลือในท้องตลาด มีแค่ Norwegian Wood, a wild sheep chase
ตอนนี้กำลังอยากมีอารมณ์แบบ Afterdark
ว่าจะไปหาร้านกาแฟสแนก ที่เปิด 24 ชม. นั่งอ่าน Norwegian Wood ตอนหลังเที่ยงคืน เบื่อก็นั่งเขียนหนังสือไปด้วย รอจนเช้าไปกินโจ๊กสามย่านแล้วเข้านอนอย่างมีความสุขมั่ง
ความเห็น โดย บุญชิตฯ — มีนาคม 6, 2009 @ 5:52 pm |
^
^
นั่นสิคะ ไปนั่งชิลตอนกลางคืน เราก็อยากทำบ้างเหมือนกัน
มูราคามิ เราอ่านไปไม่กี่เล่มเองค่ะ ชอบ after dark แล้วก็ชอบ South of the Border West of the Sun มากด้วย ตอนนั้นอ่านเล่มภาษาไทย คุณโตมรแปล อ่านจบแล้วรู้สึกเหงาจนอยากจะร้องไห้เลยอ่ะ มูราคามิเขียนเก่งจริงๆ
ตอนนี้กำลังเริ่มอ่านเรื่องสั้นอ่ะค่ะ ชื่อว่า Elephant Vanishes ท่าทางสนุกค่ะ
ความเห็น โดย yodmanudying — มีนาคม 6, 2009 @ 7:49 pm |
อ้าว คุยกันเรื่องมูราคามิพอดี
ชวนไปที่บล็อกเลย ( 55 โฆษณาโจ่งแจ้งมาก)
ฝน เป็นคนแปลเรื่องปกเลยนา
เรื่องนิ้วก้อยสั้นกว่าข้อนิ้วนาง พี่ก็สั้นกว่านะ
เ คยมีคนบอกให้ไว้เล็บยาวไปให้ถึงข้อนิ้ว
พี่ก็ไว้ แล้วก็หัก ไว้ใหม่อีก
สรุปว่าโดนเอาเปรียบบ้าง ไม่เอาเปรียบบ้าง ใช่ไหม
ความเห็น โดย grapp — มีนาคม 7, 2009 @ 1:09 pm |
ของฝนก็สั้นกว่าอะค่ะ -_-”
ความเห็น โดย foneko — มีนาคม 8, 2009 @ 4:28 am |
เป็นความจริง เราก็โดนตลอด
ความเห็น โดย boy — สิงหาคม 18, 2009 @ 8:54 pm |