วิรุตเปิดหน้าจอโทรศัพท์ของเขาให้เห็นโปรไฟล์ของชายวัยหกสิบแปดปีคนหนึ่ง หน้าตาผิวพรรณดี ดูมีสง่าราศรีและมีแววตาที่บ่งบอกถึงความเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว เขาชื่อว่านายพิภพ เป็นข้าราชการชั้นสูงที่เกษียณอายุไปแล้วหลายปี แต่ด้วยความที่เขามีความรู้และประสบการณ์กว้างขวางและมีหน้ามีตาในสังคม จึงยังคงมีผู้คนแวะเวียนเข้าไปปรึกษาหารือและขอความช่วยเหลือจากเขาในเรื่องต่างๆมากมาย พิชัยยื่นมือไปรับโทรศัพท์ของวิรุตมากดดูอย่างพิจารณา มือเล็กๆในร่างทารกของเขาทำให้โทรศัพท์มือถือดูใหญ่และมีน้ำหนักมาก
‘ท่านพิภพท่านก็ต้องการจะเปลี่ยนร่างครับ ท่านโทรมาหาผมและส่งโปรไฟล์ของท่านมาให้เมื่อไม่กี่วันก่อน เพียงแต่ท่านมีอายุมากแล้ว ผมคิดว่าอาจจะหาคนเปลี่ยนร่างด้วยยาก’
‘ครับ…’ พิชัยยังคงพิจารณาข้อมูลในมือ
‘ผมไม่ทราบว่าคุณพิชัยอยากจะได้ร่างวัยไหน แต่ถ้าไม่ถือเรื่องอายุ ผมแนะนำเลยนะครับ เพราะชีวิตของคุณพิภพเนี่ย เป็นชีวิตที่ดีจริงๆ และจากใบรับรองแพทย์ ร่างกายของเขาก็ยังแข็งแรงมาก มีอายุขัยอีกสิบปีเป็นอย่างต่ำ’
พิชัยพิจารณาอีกสักครู่ ‘ผมไม่ถือเรื่องอายุหรอกนะครับ ถ้าจะให้ผมอยู่แค่อีกสองสามปี แต่อยู่อย่างมีความสุขจริงๆ ผมก็เอานะครับ สิ่งที่ผมต้องการคือความสุขเท่านั้น และไม่จำเป็นต้องยาวนานมากนัก’ พิชัยคิดว่า ชีวิตที่มีความสุขเพียงสั้นๆยังดีกว่าชีวิตที่ยาวนานซึ่งมีแต่ความทุกข์ ‘รบกวนคุณวิรุตโทรไปหาเขา และถามคำถามเดียวนะครับ ถามว่าเขามีความสุขหรือเปล่า’
วิรุตต่อโทรศัพท์ทันที และถามคำถามตามที่พิชัยต้องการ
‘ครับ ผมมีความสุขมากทีเดียว’ พิภพตอบ ‘ชีวิตประจำวันของผม ผมตื่นมา ตีกอล์ฟ นัดสังสรรค์กับเพื่อน ทานอาหารที่ชอบ และเข้านอน ผมเกษียณแล้ว และมีเงินเก็บเหลือเฟือ สุขภาพก็แข็งแรง ไม่มีเรื่องร้อนใจเลยครับ…เพียงแต่…เปลี่ยนร่างกับผมมีจุดอ่อนอยู่ข้อเดียวคือ เวลาชีวิตของคุณพิชัยจะลดลงไปมาก ตรงนี้ผมขอให้คุณพิชัยคิดให้ดีนะครับ ผมไม่อยากเอาเปรียบใคร’ โดยชื่อเสียงแล้ว พิภพเป็นผู้ใหญ่ที่มีสปิริตดีคนหนึ่ง และเขาไม่ชอบเอาเปรียบใครจริงๆอย่างที่พูด
‘ไม่เป็นไรครับ’ พิชัยตอบกลับทันที ‘ผมยินดีจะเหลือเวลาน้อยลง แต่ขอให้ได้อยู่อย่างมีความสุขเป็นพอ ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผม ถ้าต้องแลกเพื่อความสุขตลอดสิบปี ผมว่าคุ้มครับ’
เป็นอันว่าพิชัยตกลงใจ วิรุตยิ้ม และพิภพที่อีกปลายสายก็ยิ้มเช่นกัน ทุกคนสมหวังดั่งใจ
‘เอาล่ะครับ’ วิรุตเริ่มต้นชี้แจงเมื่อพิชัยตอบตกลงเรียบร้อย ‘ในการเปลี่ยนร่างครั้งนี้ เป็นความต้องการของคุณทั้งสองฝ่าย พวกคุณจึงไม่ต้องจ่ายเงินให้กันและกัน เหลือจ่ายเพียงแค่ค่าเปลี่ยนร่างเท่านั้นนะครับ…ซึ่งเป็นเงินจำนวนนี้’ วิรุตเขียนลงในกระดาษแล้วยื่นให้พิชัยดู
‘โอ้โห แค่ค่าเปลี่ยนร่างทำไมแพงขนาดนั้นครับ เกือบจะเท่าราคาเต็มเลย’
‘เป็นเทคโนโลยีใหม่จริงๆน่ะครับ’ วิรุตแสยะยิ้ม
พิชัยไม่มีทางเลือก เขาจะต่อรองได้อย่างไรกันเล่า และในเมื่อสิ่งที่เขาต้องการอย่างแท้จริงมันอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว เงินเพียงแค่นั้น เขาย่อมเสียได้
***
ในวันที่เปลี่ยนร่าง ทั้งพิชัยและพิภพมาพบกันในห้องเปลี่ยนร่างห้องเดิมที่พิชัยเคยเปลี่ยนกับน้องนิม เพียงแต่ในครั้งนี้พิชัยคือน้องนิม ซึ่งเป็นเด็กทารก เขานอนกวัดแกว่งแขนขารอด้วยอารมณ์เบื่อหน่ายอยู่บนเตียง
พิภพเปิดประตูเข้ามา และเมื่อมองเห็นพิชัย เขาก็พุ่งตรงเข้ามาหาทันที
‘สวัสดีครับคุณพิชัย’
‘อ้าว สวัสดีครับคุณพิภพ’
‘คุณพิชัยครับ กรุณาทบทวนอีกครั้งนะครับ คุณยังสามารถเปลี่ยนใจตอนนี้ได้’ พิภพพูดอย่างเกรงใจ เขารู้ตัวดีว่าเขาอายุมากเกินไปสำหรับการเปลี่ยนร่าง
‘ไม่หรอกครับ ผมตัดสินใจแน่นอนแล้ว ว่าแต่คุณพิภพเถอะครับ คุณมีความสุขดีแล้ว คุณมาเปลี่ยนร่างทำไมกันครับ ผมบอกได้เลยนะว่าการเป็นเด็กทารกอีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย’ พิชัยเองก็อยากเตือนพิภพถึงความทุกข์ทรมานที่เขาได้รับขณะอยู่ในร่างทารก
‘เรื่องนั้นผมเข้าใจดี แต่คุณพิชัยครับ ผมเป็นคนมีบ้านอยู่ในหลายประเทศนะครับ ด้วยหน้าที่การงานของผม ผมต้องย้ายไปเรื่อยๆและทุกครั้งที่ผมต้องย้ายไปอยู่ในประเทศใหม่ ผมก็ต้องปรับตัวใหม่ทุกครั้ง แต่ละประเทศก็มีอากาศ อาหาร และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป แต่ผมโชคดีที่เป็นคนปรับตัวเร็วครับ อยู่ที่ไหนก็สบายหมด สิ่งที่ผมกลัวคือการไม่มีบ้านมากกว่า ผมไม่เคยอยู่โดยไม่มีบ้านมาก่อน…’ พิภพเงียบไปพักหนึ่งแล้วพูดต่อไป ‘…และนี่เป็นเหตุผลเดียวที่ผมเปลี่ยนร่างกับคุณ ผมไม่ได้ต้องการสิ่งอื่นเลย ผมต้องการบ้าน’ พิภพจ้องลึกลงในดวงตาของพิชัย เหมือนกำลังจะบอกอะไรบางอย่าง
พิชัยมองจ้องกลับไป กระพริบตาปริบๆ แล้วกระบวนการเปลี่ยนร่างก็เริ่มขึ้น
***
เช้านี้พิชัยตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากตอนที่เขาเป็นชายวัยสี่สิบ ความทุกข์ในใจของเขายังใหญ่หลวงเท่าเดิม เพียงแต่เพิ่มความทุกข์ทางร่างกายเข้ามาด้วย เขาปวดหลัง ปวดเข่าระบมไปหมด หายใจก็เหนื่อยหอบ เดินขึ้นลงบันไดเพียงนิดเดียวก็หอบหนัก
‘คุณวิรุตครับ ผมรู้สึกไม่สบายเลย’ พิชัยกดโทรศัพท์หาวิรุตในเช้าวันแรกของการเปลี่ยนร่าง ‘ผมรู้สึกเหนื่อยง่ายและไม่สบายตัวทั้งตอนหลับและตื่น’ พิชัยพูดไปพลางน้ำตาเอ่อล้นออกจากตา เขาผิดหวังที่ไม่ได้ตื่นมาพร้อมความสุขอย่างที่คาดหวังไว้
ถึงแม้ตอนนี้พิชัยจะได้เข้ามาอยู่ในบ้านของพิภพซึ่งโอ่อ่าสวยงามมาก รอบบ้านมองออกไปเป็นภูเขา พิชัยสามารถเดินไปหน้าบ้านแล้วเริ่มออกรอบตีกอล์ฟได้เลย อย่างที่พิภพคุยไว้ว่าเขามีความสุขเพียงใดกับการมีชีวิตอยู่ที่นี่
‘ตีกอล์ฟเสร็จ คุณพิชัยก็ไปที่สโมสรนะครับ เพื่อนๆผมมานั่งรอสังสรรค์อยู่หลายคนทีเดียว พวกเขาอยากรู้จักคุณพิชัยกันทุกคน’พิภพฝากฝังความสุขไว้อีกหนึ่งอย่าง
‘ความสุขอย่างนั้นหรือ?’ ตอนนี้พิชัยสงสัยเหลือเกินว่าเขาจะมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ได้จริงอย่างที่พิภพบอกไว้
‘รู้สึกไม่สบายหรือครับ ผมว่าคุณพิชัยคงคิดไปเอง หรือไม่ก็ยังไม่ชินกับการมีอายุนะครับ เรื่องเหน็ดเหนื่อยปวดเมื่อยเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนอายุเท่านี้ และที่ผมตรวจดูผลการตรวจร่างกายของคุณพิภพ ผมก็ไม่พบโรคใดเลยแม้แต่น้อย เรียกว่าแข็งแรงมากด้วยซ้ำไปครับ’ วิรุตอธิบายกึ่งปลอบใจพิชัยทางโทรศัพท์ เมื่อพิชัยบ่นให้ฟัง
‘แต่ผมไม่แน่ใจเลยครับว่าร่างกายนี้แข็งแรงจริงๆ ผมรู้สึกอ่อนแอและเหนื่อยผิดปกติ ผมว่าร่างกายน่าจะมีปัญหาอะไรบางอย่างนะครับ’ ยิ่งไปกว่านั้น ความทุกข์ทางใจของเขาก็ไม่ได้ลดลงไปเลยด้วย แต่เขาไม่ได้บอกสิ่งนี้กับวิรุต
‘ถ้าคุณพิชัยยืนยันอย่างนั้น ผมจะลองตรวจสอบกับโรงพยาบาลและหมอที่ตรวจร่างกายให้คุณพิภพดูอีกครั้งนะครับ ได้ผลอย่างไรแล้วผมจะติดต่อกลับไปทันที ตอนนี้คุณพิชัยทำใจให้สบาย และลองใช้เวลาสักสองสามวันปรับตัวให้เข้ากับร่างกายใหม่ดูนะครับ’
***
อาทิตย์แรกในบ้านหลังใหม่ พิชัยมักทรุดตัวลงบนเก้าอี้ สายตามองออกไปยังวิวภูเขาอันสวยงามตระการตา – วิวสวย บ้านใหญ่ อาหารดี เพื่อนฝูงมากมาย – นี่หรือที่คุณพิภพบอกกับเขาว่ามันคือชีวิตเปี่ยมสุข ทำไมเขาถึงไม่สามารถสัมผัสกับความสุขนั้นได้เลย พิชัยหมดหวังเสียแล้ว เขาปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่เช็ด ตอนนี้เขารู้สึกทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับตอนที่เขาเป็นชายอายุสี่สิบ เพียงแต่วันนี้เวลาของเขาเหลือน้อยลงเท่านั้นเอง
***
สามวันถัดมา
‘ผมขอเปลี่ยนอีกครั้งเถิดครับ ผมรู้สึกไม่สบายเลย’ พิชัยเอ่ยขอกับวิรุตอีกครั้ง
‘แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนร่างให้คุณพิชัยได้ภายในสิบห้าวันหลังจากการเปลี่ยนร่างครั้งก่อนนะครับ ข้อแรกคือ มันจะเป็นอันตรายต่อชีวิตของคุณพิชัยเอง และข้อสองคือ เรายังหาร่างใหม่ให้คุณไม่ได้’ วิรุตพยายามอธิบายอย่างใจเย็น แม้ว่าที่จริงเขาจะเอือมระอากับพิชัยเต็มทนแล้วก็ตาม ‘แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะพยายามหาร่างใหม่ให้เร็วที่สุด ทางเราให้ความประสงค์ของลูกค้ามาก่อนสิ่งอื่นใดอยู่แล้ว’ ว่าแล้ววิรุตก็แสยะยิ้มตามบล็อกอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มแบบที่พิชัยเคยใช้บ่อยๆตอนที่เขาอายุสี่สิบและทำงานอยู่ในบริษัท
รอยยิ้มนี้ทำให้พิชัยรู้สึกสงสารวิรุตจับใจ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกสงสารคนอื่นมากกว่าตัวเอง
‘ตอนนี้สบายใจเถิดครับคุณพิชัย’ วิรุตเอื้อมมือมาแตะเบาๆที่เข่าของพิชัย ‘ร่างกายนี้ยังมีอายุขัยไปอีกนานถึงสิบปีทีเดียว’ พูดเสร็จวิรุตก็ขอตัวกลับโดยให้สัญญาว่าจะกลับมาอีกให้เร็วที่สุดพร้อมกับร่างใหม่สำหรับพิชัย
ในคืนนั้นจิตใจของพิชัยเต็มไปด้วยความว้าวุ่น เขานอนพลิกไปมาทั้งคืนในร่างกายที่เจ็บปวด สองประโยควนเวียนเข้ามาในหัวเขาตลอดเวลา – ‘สุขหรือทุกข์ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นคุณพิชัยหรอกค่ะ’ ‘สิ่งที่ผมกลัวคือการไม่มีบ้าน’
น่าเสียดายที่พิชัยยังไม่ทันได้เข้าใจในคำพูดเหล่านี้อย่างแท้จริง ในคืนนั้น พิชัยก็ได้กลายเป็นคนไม่มีบ้าน และไม่มีทางเลยที่วิรุตจะกลับมาทัน





